
เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา มีการประชุมครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็นภาคเช้าและภาคบ่าย รวม 12 หน่วยงาน


ในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส่วนภาคบ่าย เป็นการพิจารณางบประมาณของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ


ตลอดการประชุม กรรมาธิการได้ซักถามอย่างละเอียดในประเด็นความจำเป็นของการจัดสรรงบประมาณ ความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ การกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและการให้บริการประชาชน
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณของวุฒิสภาไม่ใช่เพียงการพิจารณาตัวเลขงบประมาณ แต่เป็นการตรวจสอบว่าทุกโครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้จริง
“ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการจึงมุ่งเน้นความจำเป็น ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความสามารถในการตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ”

นายสุทนต์ กล้าการขาย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณในปีนี้ให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์” มากกว่าการพิจารณาเพียงวงเงินหรือกิจกรรมที่ดำเนินการ
“กรรมาธิการได้ตั้งคำถามต่อทุกหน่วยงานว่า งบประมาณที่ขอสามารถเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงรายงานว่าจัดกิจกรรมได้กี่ครั้ง หรืออบรมคนได้กี่คน แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างไร”
นายสุทนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการบริหารภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ


“การลงทุนด้านเทคโนโลยีต้องสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งต้องมีตัวชี้วัดที่สามารถประเมินผลได้อย่างชัดเจน”
โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวด้วยว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการจะยึดหลักความรอบคอบ เป็นกลาง และใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการพิจารณา เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณปี 2570 สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะเดินหน้าพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของหน่วยงานต่าง ๆ ตามกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมรวบรวมข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และประเด็นที่ควรปรับปรุง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา อันจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ให้เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน.
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา https://www.senate.go.th/view/502/main/TH-TH/ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายเลขานุการฯ
Cr.ภาพ/ข่าว: คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
ทีมข่าวNEW:24รายงาน