บุรีรัมย์จ่อออกหมายจับอดีต อบต จอมตุ๋นเหยื่อโผล่แจ้งความต่อเนื่อง ป้าร่ำไห้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยหลังถูกหลอกโอนที่

 ตำรวจ สภ.ประโคนชัย   จ.บุรีรัมย์  เร่งรวบรวมหลักฐานเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับอดีต ส.อบต.พ่ออินฟลูชื่อดัง   ฐานฉ้อโกง   หลัง ผญบ.  ผู้รับเหมา  และชาวนาหลายอำเภอทยอยแจ้งความเอาผิดหลังหลอกกู้เงิน   รับซื้อข้าวเปลือกเบี้ยวไม่จ่าย และหลอกโอนที่  

ความคืบหน้ากรณีที่ผู้ใหญ่บ้าน   ผู้รับเหมาขุดลอก ถมดิน   และชาวนาจาก 3 อำเภอ คือ เมืองบุรีรัมย์  อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย  จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  และแจ้งความดำเนินคดีกับนายทอง  (นามสมมติ)  อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งในอำเภอประโคนชัย  ซึ่งเป็นพ่อของอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง   โดยผู้ร้องให้ข้อมูลว่านายทอง  อดีต ส.อบต. คนดังกล่าว   มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ  ทั้งหลอกให้กู้เงิน ธกส. อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก   อ้างจะให้ผลตอบแทน   ส่วนหนี้ก็รับปากจะรับผิดชอบจ่ายเอง    ทั้งหลอกให้เหยื่อโอนชื่อในโฉนดที่ดินให้

แล้วนำไปจำนองหรือขาย   นอกจากนั้นยังหลอกให้ชาวนานำข้าวเปลือกไปขายที่ลานรับซื้อของตัวเอง  โดยอ้างจะให้ราคาสูงกว่าโรงสีและลานอื่น  แต่สุดท้ายกลับเบี้ยวไม่จ่ายเงินให้   รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท 

ล่าสุดยังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่โรงพักประโคนชัย  และพลับพลาชัย อย่างต่อเนื่อง   ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย    อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักเพื่อออกหมายจับอดีต ส.อบต. ฐานฉ้อโกง   ส่วนจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่นั้น   ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติกรรมในการกระทำความผิดด้วย 

ขณะที่นางพรสุดา   อายุ 52 ปี   ชาวบ้านในตำบลสะเดา   อ.พลับพลาชัย  1 ในผู้เสียหาย  เล่าทั้งน้ำตาว่า  ได้ถูกนายทอง   อดีต ส.อบต. หลอกให้โอนโฉนดที่นาเนื้อที่ 1 ไร่ 60

ตารางวาให้เป็นชื่อของนายทอง  โดยอ้างจะนำไปโฉนดไปเข้าธนาคาร   เพื่อจะนำเงินไปหมุนในลานรับซื้อข้าว  โดยรับปากจะให้เงินจำนวน 4 แสนบาท    แต่นายทอง   ทยอยจ่ายให้เพียง 120,000 บาท  แล้วมาขอกลับไปคืน 60,000 บาทอ้างลานรับซื้อมีปัญหาการเงิน    อีกทั้งยังได้มาขอยืมรถกระบะจากสามีตนเอง   อ้างจะนำไปใช้ขนข้าวที่ลานรับซื้อ   ทั้งสองกรณีเกิดตั้งแต่ปี 2560   ตามทวงถามหลายครั้งเขาก็บ่ายเบี่ยงตลอด  ทั้งบอกว่าหากอยากได้โฉนดที่ดินคืน ให้ไปเอาที่บังคับคดี  ก็ไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเอาโฉนดที่ดินไปทำอะไร    ตอนนี้ก็ได้ไปแจ้งความไว้      ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อเพราะนายทอง  เป็นเพื่อนกับสามี ทั้งเป็นอดีต ส.อบต.และเป็นเจ้าของลานรับซื้อข้าวจึงเชื่อใจ  ไม่คิดว่าจะถูกหลอก 

ทั้งนี้นางพรสุดร  ยังได้จุดธูปไหว้ศาลพระภูมิหน้าบ้าน  เพื่อขอศักดิ์สิทธิ์ และจุดธูปไหว้ขอเทวดาฟ้าดินตามความเชื่อ   เพื่อขอให้ดลบันดาลช่วยเหลือให้ได้โฉนดที่ดิน และรถยนต์กลับคืน  เพราะครอบครัวเดือดร้อนมาก

ด้านคุณยายเหมือน    อายุ 72 ปี  ชาว ต.สะเดา  ผู้เสียหายอีกราย  ที่ถูกนายทอง  หลอกลวงให้โอนโฉนดที่ดินที่นา 8 ไร่  เมื่อปี 2560  อ้างจะเอาไปเข้าธนาคาร  เพื่อเอาเงินไปหมุนที่ลานรับซื้อโดยจะรับผิดชอบจ่ายหนี้ทั้งหมดเอง   ซึ่งช่วงนั้นลูกเขยก็ต้องการเงินไปลงทุนทำลานรับซื้อข้าวเช่นกัน  จึงหลงเชื่อ จนถึงทุกวันนี้ ผ่านมาเกือบ 10 ปี ยังไม่ได้โฉนดคืน  และไม่รู้เขาเอาโฉนดไปทำอะไร   อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ   เพราะเป็นที่นาที่ครอบครัวไว้ทำมาหากิน   ก็อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีและนำโฉนดที่ดินมาคืน



       สุรชัย     พิรักษา  / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า