​สว.สุทนต์ ชี้อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กฎหมายต้องวิ่งให้ทันมิจฉาชีพดิจิทัล


เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนมากอาจเคยได้รับสายโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้อความ SMS ปลอม ลิงก์หลอกให้กด หรือแม้กระทั่งคลิปวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้กลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างกว้างขวาง

สิ่งที่น่ากังวลคือ อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ระบบการเงิน และความมั่นคงของประเทศอีกด้วย

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการปรับปรุงกฎหมายและออกมาตรการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการบูรณาการการทำงานของตำรวจ สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ แต่ในทางปฏิบัติยังคงพบข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ยังไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปัญหาสำคัญประการแรก คือ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่ากฎหมาย ผู้กระทำผิดสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชนได้แทบทุกวัน ขณะที่กระบวนการตรากฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายต้องใช้เวลา ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับกฎหมายอยู่เสมอ

ประการที่สอง อาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่วนใหญ่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้เสียหายอาจอยู่ในประเทศไทย แต่ผู้กระทำผิดอาจอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ใช้เซิร์ฟเวอร์ในอีกประเทศหนึ่ง และโอนเงินผ่านบัญชีที่เปิดในประเทศที่สาม ทำให้การสืบสวนสอบสวน การติดตามเส้นทางการเงิน และการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องซับซ้อนอย่างยิ่ง

ประการที่สาม พยานหลักฐานดิจิทัลมีความเปราะบาง สามารถถูกลบ เปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมทั้งต้องมีเครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลที่ทันสมัยเพียงพอ

หากมองไปยังต่างประเทศ จะพบว่าหลายประเทศได้ปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้อย่างจริงจัง สหภาพยุโรปได้กำหนดให้แพลตฟอร์มดิจิทัลมีความรับผิดชอบมากขึ้นต่อเนื้อหาที่เผยแพร่บนระบบของตน ขณะที่สหราชอาณาจักรจัดตั้งศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข่าวกรองและการตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ ส่วนสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกผ่านการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ

บทเรียนจากต่างประเทศชี้ให้เห็นตรงกันว่า การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประชาชน

สำหรับประเทศไทย ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยกระดับการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจาก “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไปสู่ “การป้องกันเชิงระบบ”


ภาครัฐควรพัฒนาระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามทางดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ การหลอกลวงออนไลน์ และบัญชีม้าก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

ในส่วนของสถาบันการเงิน ควรนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI มาใช้ในการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติให้มากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนและระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงแก่ผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบบัญชีปลอม การลบเนื้อหาหลอกลวง และการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการกฎหมาย

เหนือสิ่งอื่นใด ประเทศไทยควรพิจารณาพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ให้ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากในอนาคตอันใกล้ เราอาจต้องเผชิญกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนกว่าปัจจุบันหลายเท่า ทั้งการปลอมแปลงตัวตนด้วย AI การสร้างคลิป Deepfake เพื่อหลอกลวงประชาชน หรือการโจมตีระบบสำคัญของประเทศผ่านเครือข่ายดิจิทัล

อาชญากรรมทางเทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงปัญหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานด้านดิจิทัลเท่านั้น แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของทั้งสังคม

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กฎหมายก็จำเป็นต้องพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะหากกฎหมายเดินช้ากว่ามิจฉาชีพเพียงก้าวเดียว ผู้ที่ต้องรับภาระความเสียหายในท้ายที่สุดก็คือประชาชน

การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันอาชญากรรม แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน


ทีมข่าวNEWS24 :รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า