
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจําพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกวิชาชีพ “โครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ” และเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง ร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่”


โดยมี พลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พันเอก พิศิษฐ์ กันทะใจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 33 พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาววิพรพักตร์ ค่ายบุญศรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดดังกล่าว ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่



สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจฯ ในปี 2549 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังในทุกมิติให้กลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งพบว่า การมีอาชีพหรือมีงานทำเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงพระราชทานแนวทางในการฝึกอาชีพในด้านต่าง ๆ ทั้งอาชีพสายงานช่าง งานฝีมือและศิลปกรรม การเกษตร


งานบริการต่าง ๆ การทำอาหารและขนม รวมทั้งอาชีพใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การขายของออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ อาชีพที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพ ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบัน การดูแลสุขภาพของคนในสังคมจะเป็นการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนจาก “รักษาเมื่อป่วย” มาเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อให้ตนเองมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพซึ่งคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เป็นเรือนจำที่มีกำหนดควบคุมผู้ต้องขังหญิงกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิต ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังหญิง ทั้งสิ้นจำนวน 1,897 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569) โดยได้น้อมนำแนวทางพระราชทานดังกล่าวข้างต้นมาดำเนินการ จึงเกิดเป็นโครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ และเครือข่ายสุขภาพ โดยจัดให้ผู้ต้องขังได้รับการ


ฝึกวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้สามารถทำการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการป้องกันโรคได้ โดยกำหนดหลักสูตรการฝึกวิชาชีพด้านสุขภาพไว้ 3 หลักสูตร ได้แก่ 1. หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 19 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการช่วยและการสนับสนุนการทำหัตถการของทันตแพทย์ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน Dental Safety Goals และมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ โดยมีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 40 คน 2. หลักสูตรผู้ช่วยด้านเภสัชกรรม (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบยาเดิมของผู้ป่วย การคัดกรอง และการจัดเตรียมเวชภัณฑ์ ภายใต้การกำกับดูแลของพยาบาลและเภสัชกร มีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 15 คน



3. หลักสูตรด้านฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัด (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 29 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุต่าง ๆ รวมถึงความพิการ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและป้องกันภาวะทุพพลภาพที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ต้องขังในระยะยาว สามารถนำไปต่อยอดอาชีพทางการดูแลและการพยาบาลบุคคลภายนอกภายหลังพ้นโทษได้ โดยมีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 70 คน โดยการฝึกวิชาชีพดังกล่าว ถือเป็นการฝึกอาชีพที่คำนึงความต้องการของตลาดแรงงาน และคำนึงถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งถือเป็นอาชีพทางเลือกให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีความสนใจและความถนัดที่หลากหลาย จึงเห็นได้ว่า ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่มิใช่เป็นเรือนจำที่มีความเป็นเลิศเฉพาะด้านการทอผ้าไหม การปักผ้า และงานฝีมือเท่านั้น แต่กำลังจะเป็นเลิศในงานอาชีพด้านสุขภาพด้วย และยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในเรือนจำ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม และที่สำคัญมีการเชื่อมโยงงานด้านสุขภาพเข้ากับการฝึกวิชาชีพได้เป็นอย่างดี



จากนั้น พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง เป็นประธานในพิธีเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง และร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่” ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการฝึกทักษะอาชีพที่คำนึงถึงความต้องการของตลาดแรงงาน และการหารายได้ระหว่างการฝึกวิชาชีพ อีกทั้ง โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้มีการฝึกวิชาชีพที่หลากหลาย อาทิเช่น การทอผ้าไหม/ผ้าฝ้าย การเย็บปักถักร้อย การตัดเย็บเสื้อผ้า การทำอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งเดิมทีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังต่าง ๆ จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเข้าไปเลือกภายในเรือนจำ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายนอกเรือนจำ เพื่อเป็นสถานที่ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขังได้มากขึ้น ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จึงได้จัดทำร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง รวมถึงร้านจำหน่ายกาแฟและเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่อ “c0ffee by naree” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการพัฒนาทักษะวิชาชีพในด้านต่าง ๆ ให้แก่บุคคลภายนอก โดยตั้งร้านอยู่ที่บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้สังคมภายนอกได้รับรู้ รวมถึงเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ให้สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษได้




Cr. ภาพ/ข่าว: โครงการกำลังใจฯ
ทีมข่าวNEWS24:รายงาน