
นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่าปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสร้างข้อความ ภาพ และเสียง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยตัดสินใจในหลายด้าน เทคโนโลยีนี้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก แต่ก็สร้างความเสี่ยงใหม่ที่สังคมไทยยังขาดเครื่องมือทางกฎหมายรองรับอย่างเพียงพอสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ตัว AI แต่คือการนำไปใช้อย่างขาดความรับผิดชอบและการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ปัจจุบันเริ่มพบการใช้ AI สร้างภาพบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างคลิปปลอมเลียนแบบเสียงบุคคลสำคัญ เผยแพร่ข้อมูลเท็จ หลอกลวงประชาชน รวมถึงดัดแปลงภาพบุคคลในลักษณะที่อาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความสงบเรียบร้อยของสังคม
แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่กำหนดหลักจริยธรรม ความรับผิดชอบ และมาตรฐานการใช้ AI อย่างชัดเจน
หลายประเทศได้ออกกฎหมายและแนวทางกำกับดูแล AI แล้ว เช่น สหภาพยุโรปที่ประกาศใช้ AI Act และหลายประเทศในเอเชียที่จัดทำกรอบจริยธรรม AI เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนและรักษาความมั่นคงของรัฐ
ประเทศไทยไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายร้ายแรงก่อนจึงค่อยแก้ไขปัญหา
แนะนำให้รัฐบาลเร่งจัดทำกฎหมายและมาตรการกำกับดูแล AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดหลักจริยธรรม AI แห่งชาติให้เป็นมาตรฐานร่วมสำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน บนพื้นฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการเคารพสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งกำหนดความรับผิดของผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน AI เมื่อเกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือสังคม เพื่อป้องกันช่องว่างทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดทำระบบกำกับดูแล Deepfake และเนื้อหาสังเคราะห์ โดยกำหนดให้มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอใดถูกสร้างขึ้นด้วย AI เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ
อีกประเด็นสำคัญคือการจัดตั้งหน่วยงานติดตามความเสี่ยงจาก AI ในระดับชาติ เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการรู้เท่าทัน AI ของประชาชน เพื่อให้สามารถแยกแยะข้อมูลจริงและข้อมูลปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการป้องกันที่ยั่งยืนไม่ได้อาศัยเพียงกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้กับสังคมด้วย
การกำกับดูแล AI ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางนวัตกรรม แต่เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับการคุ้มครองสังคม
ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ AI เพื่อแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลโลก แต่การเติบโตต้องอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ จริยธรรม และธรรมาภิบาล
หากปล่อยให้เทคโนโลยีเดินเร็วกว่ากฎหมายและจริยธรรม ความเสียหายอาจรุนแรงเกินกว่าที่สังคมจะรับมือได้ แต่หากวางกติกาที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ AI จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต.
#สุทนต์กล้าการขาย #สมาชิกวุฒิสภา #จริยธรรม #ปัญญาประดิษฐ์ #AI #สว #อุทัยธานี #นนทบุรี
ทีมข่าวNEWS24:รายงาน