ระยอง – เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิจิตร พาพลงาม นายอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง นำกำลังฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยนายเอกชัย แสงศรี ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านค่าย นายปราโมทย์ ฉันทมิตร์ นายก อบต.หนองละลอก นายธานี ประเสริฐผล รองประธานสภา อบต.หนองละลอก ผู้อำนวยการชลประทานระยอง ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลหนองบัว ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.หนองละลอก รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ลงตรวจสอบบริเวณ “คลองใหญ่” หลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีนายทุนขุดทรายล้างทราย ปล่อยน้ำเสียไหลลงคลองสาธารณะ ส่งผลให้น้ำมีลักษณะขาวขุ่นคล้ายโคลน
“กรณีนี้ถือเป็นการกระทำที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างร้ายแรง หากพบว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด” นายอำเภอบ้านค่าย กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ดังกล่าวพบป้ายปักระบุข้อความว่าเป็น “โครงการขุดดินแลกน้ำ” ในคลองใหญ่ บริเวณหมู่ 3 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ระยะทางประมาณ 2,000 เมตร โดยระบุเจ้าของโครงการเป็นที่ทำการปกครองอำเภอบ้านค่าย อย่างไรก็ตาม ป้ายดังกล่าวไม่ปรากฏตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ของหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าโครงการดังกล่าวมีอยู่จริงหรือไม่ หรือเป็นการแอบอ้างดำเนินการโดยมิชอบ อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำในคลองใหญ่ดังกล่าว
เบื้องต้น ทางชลประทานระยองได้วางมาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า โดยเตรียมปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ลงสู่คลองใหญ่ เพื่อเร่งไล่น้ำขุ่นให้เจือจางและกลับสู่สภาพปกติ โดยจะเริ่มดำเนินการในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบบ่อทราย ผู้ประกอบการ รวมถึงข้อเท็จจริงของโครงการที่ถูกอ้างถึง หากพบการกระทำผิดหรือมีการแอบอ้างหน่วยงานรัฐ จะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมสั่งปิดกิจการทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพน้ำและความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว.
จากการลงพื้นที่พบว่า คลองดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญ ใช้ผลิตน้ำประปา รวมถึงใช้ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมืองระยอง อ.บ้านค่าย และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานชัดเจนเป็นบ่อทรายที่ขุดเป็นร่องน้ำ และมีการปล่อยน้ำล้างทรายซึ่งมีตะกอนขุ่นไหลลงสู่คลองสาธารณะโดยตรง
เจ้าหน้าที่จึงสั่งการเร่งด่วน ให้นำรถแบคโฮเข้าปิดทางน้ำที่ไหลลงคลอง พร้อมมีคำสั่งให้บ่อทรายที่อยู่ใกล้คลองสาธารณะ “หยุดดำเนินการทั้งหมด” ทันที เพื่อป้องกันการปล่อยน้ำเสียซ้ำเติมปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้าง
นายวิจิตร เปิดเผยว่า พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ในหมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 8 บริเวณด้านหลังวัดละหารไร่ ต.หนองละลอก รวมถึงหมู่ 2-3 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย โดยน้ำในคลองมีสีขาวขุ่นผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาอย่างชัดเจน จึงมีคำสั่งระงับกิจการบ่อทรายทั้งหมดในพื้นที่ทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุอย่างละเอียด“กรณีนี้ถือเป็นการกระทำที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างร้ายแรง หากพบว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด” นายอำเภอบ้านค่าย กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ดังกล่าวพบป้ายปักระบุข้อความว่าเป็น “โครงการขุดดินแลกน้ำ” ในคลองใหญ่ บริเวณหมู่ 3 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ระยะทางประมาณ 2,000 เมตร โดยระบุเจ้าของโครงการเป็นที่ทำการปกครองอำเภอบ้านค่าย อย่างไรก็ตาม ป้ายดังกล่าวไม่ปรากฏตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ของหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าโครงการดังกล่าวมีอยู่จริงหรือไม่ หรือเป็นการแอบอ้างดำเนินการโดยมิชอบ อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำในคลองใหญ่ดังกล่าว
เบื้องต้น ทางชลประทานระยองได้วางมาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า โดยเตรียมปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ลงสู่คลองใหญ่ เพื่อเร่งไล่น้ำขุ่นให้เจือจางและกลับสู่สภาพปกติ โดยจะเริ่มดำเนินการในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบบ่อทราย ผู้ประกอบการ รวมถึงข้อเท็จจริงของโครงการที่ถูกอ้างถึง หากพบการกระทำผิดหรือมีการแอบอ้างหน่วยงานรัฐ จะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมสั่งปิดกิจการทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพน้ำและความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว.



















