นายมานะ หาญสุวรรณ หรือ “เฮียตี๋” อายุ 46 ปี ผู้ประกอบการรับเหมาถมดินในพื้นที่อำเภอนางรอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัดสินใจหยุดกิจการชั่วคราว และจอดเครื่องจักรทั้งหมดมานานเกือบ 1 สัปดาห์ แม้จะยังมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก “ไม่ใช่ว่าไม่มีงาน แต่ทำไปแล้วไม่คุ้มทุน เพราะจากเดิมเติมน้ำมัน 100 ลิตร จ่ายค่าน้ำมันประมาณ 3,000 บาท ตอนนี้ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5,000 บาท หากใช้น้ำมันวันละ 300–400 ลิตร ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว จึงจำเป็นต้องหยุดก่อนชั่วคราว
จากปกติมีเครื่องจักรและยานพาหนะทั้งรถแบคโฮ 2 คัน รถเทรลเลอร์ 2 คัน รถบรรทุกดัมพ์ 5 คัน รถไถ และรถน้ำมันสำหรับเติมหน้างาน ซึ่งขณะนี้ต้องจอดนิ่งทั้งหมด ส่งผลให้รายได้หลักหยุดชะงัก ขณะงานที่รับไว้ก่อนหน้านี้ยังคงค้าง ไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนดนายมานะ ยังระบุว่า หากราคาน้ำมันยังคงลิตรละกว่า 50 บาท ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้เมื่อใด จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันให้ปรับลดลงเหลือลิตรละไม่เกิน 30 – 32 บาท เพราะนอกจากจะแบกรับค่าน้ำมันแพงแล้ว ค่าครองชีพก็สูงขึ้นด้วย หากน้ำมันปรับลดลงจึงจะกลับมาประกอบธุรกิจต่อ
ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอนางรอง พบว่าช่วงนี้ผู้ประกอบการที่ใช้รถบรรทุกและเครื่องจักรที่ต้องใช้น้ำมัน เริ่มลดหรือหยุดการเติมน้ำมันลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 50.86 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.90 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.27 บาทต่อลิตร
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลึก ของราคาพลังงานที่ไม่เพียงกระทบต่อผู้บริโภคทั่วไป แต่ยังลุกลามไปถึงภาคธุรกิจระดับฐานราก ซึ่งหากไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องหยุดกิจการ และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างต่อไปสุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์









