เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านใน ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จำนวน 300 คน ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางด้านเสียงดังและมลพิษทางอากาศจากการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา นำโดยนายชวลิต ร่มรื่น อดีตกำนันตำบลสำนักท้อน และประเสริฐ แสงใหญ่ แกนนำชาวบ้าน ได้รวมตัวกันโดยใช้รถแห่เครื่องขยายเสียง และรถ จยย. ยกขบวนไปรวมตัวกันที่บริเวณประตูทางเข้าสนามบินอู่ตะเภา จุดทางเข้าโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินและการขนส่งทางอากาศของประเทศ งบประมาณ 13,142 ล้านบาท เพื่อทวงถามเงินชดเชยเยียวยา กรณีที่ทาง EEC ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการพัฒนาสนามบิน
ได้ให้คำมั่นสัญญาในการขยายเขตผลกระทบฯ ดังกล่าว โดยได้ยื่นขอเรียกร้อง 4 ข้อคือ 1. ให้ EEC ปฎิบัติตามสัญญาการขยายเขตผลกระทบฯ หรือ Buffer ตามที่ได้สัญญาไว้ต่อหน้านายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง และนายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง ในขณะนั้น 2.ให้กำหนดการชดเชยเยียวยาให้ชัดเจน โดยมีการทำสัญญากับชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นลายลักษณ์อักษร 3.ให้ทำการหยุดก่อสร้างทางวิ่ง หรือทางขับที่ 2 ภายหลังมีการชดเชยเยียวยาเสร็จเรียบร้อยร้อยแล้ว และ 4.ให้มีการตั้งกองทุนขึ้นมา โดยให้มีชาวบ้านมีส่วนร่วม
นายประเสริฐ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องบุกมาถึงโครงการก่อสร้างสนามบิน เนื่องจาก EEC ทำเฉยในเรื่องของการชดเชยเยียวยาทั้งที่มีการพูดคุยกันต่อหน้ารอง ผวจ. และ นอภ. ซึ่งชาวบ้านไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกรณีผลกระทบสนามบินสุวรรณภูมิ ชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย จึงได้รวมกันมาทวงถามยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยชาวบ้านจะให้เวลาผู้มีอำนาจตัดสินใจภายใน 30 วัน หากพ้นขีดกำหนดแล้ว จะมีการยกระดับการทำกิจกรรม และดำเนินการทางอื่นๆ เพื่อยับยั้ง หรือชะลอการก่อสร้างไปก่อน
ได้ให้คำมั่นสัญญาในการขยายเขตผลกระทบฯ ดังกล่าว โดยได้ยื่นขอเรียกร้อง 4 ข้อคือ 1. ให้ EEC ปฎิบัติตามสัญญาการขยายเขตผลกระทบฯ หรือ Buffer ตามที่ได้สัญญาไว้ต่อหน้านายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง และนายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง ในขณะนั้น 2.ให้กำหนดการชดเชยเยียวยาให้ชัดเจน โดยมีการทำสัญญากับชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นลายลักษณ์อักษร 3.ให้ทำการหยุดก่อสร้างทางวิ่ง หรือทางขับที่ 2 ภายหลังมีการชดเชยเยียวยาเสร็จเรียบร้อยร้อยแล้ว และ 4.ให้มีการตั้งกองทุนขึ้นมา โดยให้มีชาวบ้านมีส่วนร่วม
นายประเสริฐ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องบุกมาถึงโครงการก่อสร้างสนามบิน เนื่องจาก EEC ทำเฉยในเรื่องของการชดเชยเยียวยาทั้งที่มีการพูดคุยกันต่อหน้ารอง ผวจ. และ นอภ. ซึ่งชาวบ้านไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกรณีผลกระทบสนามบินสุวรรณภูมิ ชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย จึงได้รวมกันมาทวงถามยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยชาวบ้านจะให้เวลาผู้มีอำนาจตัดสินใจภายใน 30 วัน หากพ้นขีดกำหนดแล้ว จะมีการยกระดับการทำกิจกรรม และดำเนินการทางอื่นๆ เพื่อยับยั้ง หรือชะลอการก่อสร้างไปก่อน










