เมื่อวันที่(26 มีค.69) ณ แปลงนาของนางประดับ สมณะ บ้านโพธิ์ศรีสำราญ ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โดยนางสาวทิพย์วรรณ อรุณศรี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับ นายอำพน ศิริคำ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู และนายสานิตย์ สมณะ นายกเทศมนตรีตำบลหัวนา ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ชู !!
เสน่ห์วิถีนาข้าวพื้นเมืองจัดกิจกรรม "เกี่ยวข้าวใต้แสงจันทร์" มุ่งเน้นสร้างการรับรู้และยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชนอย่างครบวงจร ตามนโยบายยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โครงการ “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ชูอัตลักษณ์ "ข้าวพรหมจรรย์"
เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมและวิถีชุมชน ในการนี้มี นายนายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายกำธร วิเชฏฐพงศ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู นายชยานันท์ เกตุเมฆ ส.ส.จังหวัดหนองบัวลำภู เขต 1 ตลอดจนหัวนาส่วนราชการในระดับจังหวัด และอำเภอเมืองหนองบัวลำภู สมาชิกกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
ในการจัดกิจกรรมขึ้นในครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะ "ข้าวพรหมจรรย์" กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีมาตรฐานรองรับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ภายในงานได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา ดั้งเดิมกับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่
มีการจำลองบรรยากาศการเกี่ยวข้าวท่ามกลางแสงจันทร์ที่งดงาม ซึ่งนอกจากจะเป็นกุศโลบายด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เกื้อกูลกันของคนในชุมชน สาธิตขั้นตอนการผลิตข้าวพรหมจรรย์อย่างละเอียด ตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงกระบวนการเก็บเกี่ยวที่พิถีพิถันเพื่อให้ได้ข้าวคุณภาพสูง เยี่ยมชมและชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายจากข้าวพรหมจรรย์
ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้มากกว่าแค่การขายข้าวเปลือกเชื่อมโยงการท่องเที่ยว สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ท้องถิ่น ในขณะที่นายอำพน ศิริคำ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึงคุณประโยชน์ของข้าวชนิดนี้ว่า “ข้าวพรหมจรรย์”หรือข้าวหอมมรกต เป็นการนำเอาข้าวพันธุ์อะไรก็ได้ แต่ควรเป็นข้าวเพื่อสุขภาพและที่ตลาดต้องการ เช่น กข.15 ขาวดอกมะลิ 105 กข.43 (ดัชนีน้ำตาลต่ำ) ข้าวไรซ์เบอรี่ ฯลฯ
ซึ่งอยู่ในระยะน้ำนมข้นๆ (ยังไม่ถึงระยะเม่า) มาผ่านการนึ่ง ผึ่งลมให้แห้ง นำมาสีแบบข้าวกล้อง จะได้ข้าวสารสีเขียว มีกลิ่นหอม มีวิตามินและสารโฟเลตสูง (เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีมีครรภ์) เมื่อนำมาหุงต้มจะได้กลิ่นหอม รสอร่อย และได้คุณค่าทางโภชนาการ”
ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่าการอุดหนุนข้าวพรมจรรย์ หรือข้าวหอมมรกต นี้ถือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร นับเป็นสินค้าท้องถิ่นที่มีมูลค่าสูง นอกจากนี้ได้ กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ร่วมงานเกษตรแฟร์หนองบัวลำภูระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤษภาคม 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดหนองบัวลำภู อีกด้วย
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู















