ตามที่ปรากฎบนสื่อออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ชี้เรือนจำกลางเขาบินไม่อนุญาตให้ผู้ต้องขังที่ไม่โกนหนวดเคราออกไปพบแพทย์-เยี่ยมญาติ เป็นการลงโทษที่จำกัดสิทธิเกินสมควรแก่เหตุ นั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ต้องขังรายหนึ่ง ซึ่งไว้หนวดเครายาวเนื่องจากมีความเชื่อในเรื่องของโชคชะตาที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีของตน โดยเรือนจำกลางเขาบินได้มีการกำหนดข้อบังคับ ว่าด้วย มาตรการผู้ต้องขังออกภายนอกแดน พ.ศ.2566 กำหนดให้ผู้ต้องขังที่ออกภายนอกแดน เพื่อเยี่ยมญาติผ่านระบบไลน์ หรือการพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ต้องโกนหนวดเคราให้เรียบร้อย กฎระเบียบดังกล่าว เพื่อรักษาความสะอาดสุขอนามัย รวมถึงรักษาระเบียบวินัยของผู้ต้องขัง โดยเป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการอนามัย และการสุขาภิบาลของผู้ต้องขัง พ.ศ.2561 ข้อ 10 ระบุว่า “ให้เรือนจำจัดให้ผู้ต้องขังทุกคนดูแลสุขอนามัยในเรื่องดังต่อไปนี้ (2) การโกนหนวดและเครา” ซึ่งผู้ต้องขังดังกล่าว ได้มีการอ้างเหตุเพียงเพื่อให้เกิดความโชคดีเหตุผลดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล มิใช่การปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนาและมิใช่ประเพณีนิยม จึงเป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบของเรือนจำและอาจเป็นเหตุให้ผู้ต้องขังอื่นเอาเยี่ยงอย่าง และก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคได้ในส่วนของการดูแลสุขภาพ
ผู้ต้องขังยังคงได้รับสิทธิตามมาตรฐาน โดยได้ประสานแพทย์เพื่อตรวจรักษาในครั้งต่อมา และได้รับการดูแลจาก
พยาบาลประจำเรือนจำในการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการปิดกั้น ได้รับการตรวจรักษาตามปกติทั้งนี้ เรือนจำกลางเขาบิน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว และได้ชี้แจงให้ผู้ต้องขัง
ดังกล่าวเข้าใจ และยินยอมโกนหนวดเคราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ว่ากล่าวตักเตือนเพื่อให้อยู่ในระเบียบวินัยเท่านั้น โดยไม่มีการลงโทษทางวินัยแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เรือนจำกลางเขาบินซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด ควบคุมผู้ต้องขังรายสำคัญและผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ยากต่อการปกครอง จำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวด การกำหนดระเบียบ
ข้อบังคับข้างต้น จึงเป็นไปเพื่อการรักษาความสะอาดสุขอนามัย รวมถึงรักษาระเบียบวินัยของผู้ต้องขัง ซึ่งไม่มี
จุดประสงค์ที่จะละเมิดหรือขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด โดยผู้ต้องขังยังสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ในการเยี่ยมญาติ การรักษาพยาบาล และสิทธิอื่นๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านสุขอนามัย สวัสดิภาพ และสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ดี
และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน
