กรมราชทัณฑ์เดินหน้ายกระดับสิทธิมนุษยชน ย้ำภาพลักษณ์ใหม่ที่เปลี่ยนไปจากอดีต แม้เผชิญข้อจำกัดหลายประการ

    ตามที่มีการเผยแพร่รายงานสถานการณ์เรือนจำประเทศไทย ประจำปีพ.ศ. 2569 โดยความร่วมมือของสมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และเครือข่าย ซึ่งระบุถึงสถานการณ์ความแออัดและสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำของประเทศไทย นั้น 

                      กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า รายงานฉบับดังกล่าวเป็นเพียงการสะท้อนข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังและอดีตผู้ต้องขังเพียงบางส่วน ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมดของระบบมาตรฐานการดำเนินงานในภาพรวมของเรือนจำทั่วประเทศ นอกจากนี้กระบวนการเก็บข้อมูลในลักษณะดังกล่าวยังมีข้อจำกัดที่อาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในเชิงระบบ ในประเด็นเรื่องสภาพความเป็นอยู่และมาตรฐานการควบคุมตัวนั้น  

                    กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายภายในประเทศและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยขอยืนยันว่าการปฏิบัติและการดูแลสวัสดิภาพผู้ต้องขัง ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเคร่งครัดโดยมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลทั้งภายในและจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้อมูลเชิงสถิติและผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมหลายประการ มิได้ถูกนำเสนอในรายงานฉบับนี้ 

                      สำหรับประเด็นความแออัดและจำนวนผู้ต้องขังที่เพิ่มขึ้น เป็นผลโดยตรงจากนโยบายด้านความมั่นคงและการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังของประเทศ ซึ่งเป็นความจำเป็นของบริบทสังคมไทย มิใช่ข้อบกพร่องของการบริหาร 

จัดการภายในเพียงประการเดียว และในขณะเดียวกัน ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการรองรับอย่างต่อเนื่อง อาทิการใช้มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก การบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่รายงานดังกล่าวได้ยอมรับถึง "แนวปฏิบัติที่ดี" (Best Practices) ในเรือนจำหลายแห่งซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิรูปองค์กร โดยปัจจุบันกรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการขยายผลความสำเร็จด้านบริการสุขภาพ และการดูแลผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะไปยังเรือนจำทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 

                   กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมรับและเปิดกว้างต่อข้อเสนอแนะจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และเครือข่าย แต่การประเมินสถานการณ์ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้าน สมดุล และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศควบคู่กันไป

 

ใหม่กว่า เก่ากว่า