ข่าว – ภาคพลเมือง-9เครือข่ายตะวันออกให้ อบจ.หยุดใช้อำนาจกรณีมีการตรวจสอบทุนจีนในปราจีนบุรีหลังนายก อบจ.แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษชาวจีน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออกพร้อม 9 องค์กรเครือข่ายแถลงการณ์หยุดใช้อำนาจรัฐและกระบวนการทางกฎหมายปิดกั้นการตรวจสอบกรณี "ทุนจีน" ในจังหวัดปราจีนบุรีหลังนายก อบจ.แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษชาวจีน ด้านผู้ว่าฯแจง ในฐานะ นายก อบจ.เป็นผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการแต่งตั้งที่ปรึกษา เพื่อเข้ามาช่วยบริหารงานและทำประโยชน์ให้กับ อบจ. และประชาชนในท้องถิ่นเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการแจ้งความหรือกล่าวหาดำเนินคดีทางอาญาว่าการกระทำของนายก อบจ. มีความผิดตามประมวลกฎหมายใด เป็นเพียงมุมมองที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร ตราบใดที่การกระทำของผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้เข้าข่ายก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความไม่สงบเรียบร้อย ก็สามารถกระทำได้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ด้านรองอุ๊นายก อบจ.ปราจีนบุรีออกแถลงการณ์ชี้แจงการตั้งที่ปรึกษา

เมื่อเวลา 18.50 น.วันที่ 30 มีนาคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี     กรณี “รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรีได้ทำการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์การส่งเสริมการลงทุนองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) นายจู เจิ้นเฉิงหรือ เจสัน ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้นต่อมา MR.ZHU JUNCHENG หรือ เจสันอายุ 37 ปี นักธุรกิจชาวจีนและที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน อบจ.ปราจีนบุรี แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากล่าวหาว่าเป็นจีนเทา ขณะทาง นางบุษบงก์เจ้าของเพจดัง ได้ยื่นคำร้องถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ตาม พรบ.ข่าวสาร 2540 ขอรายละเอียดเพื่อตรวจสอบกรณีที่นายก อบจ.ปราจีนบุรีทำการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษชาวจีน ...ตามรายละเอียดที่ได้นำเสนอรายละเอียดต่อเนื่อง   ก่อนหน้านี้ นั้นความคืบหน้าล่าสุด    เพจคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออก   โพสต์ภาพกราฟิคข้อความระบุว่า  ....แถลงการณ์ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคตะวันออก  ...  แถลงการณ์ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออก  ...หยุดใช้อำนาจรัฐและกระบวนการทางกฎหมายปิดกั้นการตรวจสอบกรณี "ทุนจีน" ในจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมข้อความระบุ   ว่า  ...  จากกรณีการแต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีนดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี จนนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริตนั้น กป.อพช. ภาคตะวันออก ในฐานะเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ติดตามประเด็นความเป็นธรรมทางสังคมและผลกระทบจากทุนข้ามชาติในภาคตะวันออก มีข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะต่อปัญหาดังกล่าว ดังนี้
;1. ปัญหาการแทรกซึมของทุนผ่านกลไกอำนาจรัฐ     ความน่ากังวลในการ "เปิดช่อง" ให้กลุ่มทุนข้ามชาติ (ในที่นี้คือทุนจีน) เข้ามามีบทบาทโดยตรงในกลไกการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ แม้จะถูกอ้างว่าเป็นงานเพื่อ "ช่วยเกษตรกร" แต่การเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนกลุ่มธุรกิจเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" และความได้เปรียบเสียเปรียบในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านผังเมือง งบประมาณ และทิศทางการพัฒนาจังหวัดที่อาจเอื้อต่อกลุ่มทุนมากกว่าประโยชน์สาธารณะในระยะยาว.2. การใช้กฎหมายปิดปาก (SLAPP) ต่อการตรวจสอบของภาคประชาชน    การที่ที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับประชาชนที่ตั้งคำถามเรื่อง "ทุนเทา" ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและเป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วม (Strategic Lawsuit Against Public Participation - SLAPP)ในสังคมประชาธิปไตย ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมในการกังขาและตรวจสอบความโปร่งใสของผู้ที่จะเข้ามาบริหารทรัพยากรของท้องถิ่น การตอบโต้ด้วยการดำเนินคดีอาญาแทนการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส มีแต่จะสร้างความหวาดกลัวและทำลายศรัทธาต่อการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นข้อเรียกร้องจาก กป.อพช. ภาคตะวันออก มีดังนี้    1.ขอให้ทบทวนและยุติการดำเนินคดีคดีอาญา: นายก อบจ. ปราจีนบุรี และที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้ง ควรแสดงถึงการมีธรรมาภิบาลในการบริการราชการที่ดี ด้วยการถอนแจ้งความต่อประชาชน และเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน2.ทบทวนระเบียบการแต่งตั้งที่ปรึกษา: กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางกรอบมาตรฐานที่ชัดเจนในการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองหรือที่ปรึกษา โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ทับซ้อน3.สร้างกลไกแก้ปัญหาเกษตรกรที่ยั่งยืน: รัฐต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการตลาดที่เกษตรกรเป็นเจ้าของเอง มากกว่าการพึ่งพาตัวกลางที่เป็นกลุ่มทุนข้ามชาติเพียงอย่างเดียว กป.อพช. ภาคตะวันออก ขอยืนยันว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม ความโปร่งใส และการเคารพต่อสิทธิในการตรวจสอบของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ  ด้วยความเคารพในสิทธิของประชาชน  คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออก  30 มีนาคม 2569      ชื่อเครือข่ายร่วมแถลงการณ์    เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง   สหกรณ์เกษตรอินทรัย์ปราจีนบุรีจำกัดสมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรี  สมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดชลบุรี  EEC Watch (กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)   ชมรมรักษ์เขาไม้แก้ว   อีสต์ ฟอรั่ม    เครือข่าย 304 กินได้   สมาคมพลเมืองนครนายกเครือข่ายนักสร้างสรรค์ 'ติสตะวันออก ด้านนายวีระพันธ์   ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์   หลังจากเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี (ก.จ.จ.ปราจีนบุรี) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ ที่จัดที่ห้องประชุมพุทธรักษา ชั้น ๒ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ว่า  “จากกรณีที่กลุ่มภาคพลเมือง
  
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคตะวันออก  ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่นั้น     ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากอยู่ในอำนาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยต่อว่า      ตนได้รับทราบเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่างๆ ผ่านทางสื่อมวลชนแล้ว   ซึ่งถือเป็นสิทธิของแต่ละกลุ่มที่จะมีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ทางด้านนายก อบจ. ปราจีนบุรี ได้มีการชี้แจงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไปแล้วว่า ในฐานะผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการแต่งตั้งที่ปรึกษา เพื่อเข้ามาช่วยบริหารงานและทำประโยชน์ให้กับ อบจ. และประชาชนในท้องถิ่น "เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการแจ้งความหรือกล่าวหาดำเนินคดีทางอาญาว่าการกระทำของนายก อบจ. มีความผิดตามประมวลกฎหมายใด เป็นเพียงมุมมองที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร ตราบใดที่การกระทำของผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้เข้าข่ายก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความไม่สงบเรียบร้อย ก็สามารถกระทำได้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน" ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี กล่าวเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวทางการดำเนินการในฐานะผู้บังคับบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่า ขณะนี้ตนกำลังเฝ้าดูและรับฟังข้อมูลรอบด้านว่าสถานการณ์จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องที่เข้าข่ายบทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัด ตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงท้าย ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่มีข้อคิดเห็นอื่นใดเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากมองว่าการเห็นด้วยหรือเห็นต่าง เป็นสิทธิส่วนบุคคลและเป็นเรื่องของแต่ละองค์กรที่จะว่ากันไปตามครรลอง ในขณะที่  รองอุ๊ กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ - นายก อบจ. ปราจีนบุรี  ได้โพสต์ แถลงการณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี    ระบุข้อความว่า  เรื่อง ขอชี้แจงการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี   ขอเรียนว่า ตามที่มีบุคคลหรือเพจต่าง ๆ ได้มีการโพสต์ลงในสื่อโซเชียลมีเดีย ในลักษณะที่ตั้งคำถามหรือมี ข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีได้แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษเป็นคนจีนที่เป็นบุคคล เดียวกันกับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเคยมีคำสั่งแต่งตั้งและยกเลิกคำสั่งไปแล้วมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นรวมถึงแนวทางการบริหารงานในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวปราจีนบุรี โดยได้ทำสัญญาประชาคม กับชาวปราจีนบุรีไว้ในการแถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ จำนวน ๗ ด้าน มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการของประชาชน และการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์ในปัจจุบันของจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี  และขอเรียนเพิ่มเติมว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๐ มีหลักว่า ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระ ในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ โดยมีกฎหมายกำหนดหน้าที่และอำนาจ ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เช่น พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไข เพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒   ซึ่งได้กำหนดเขตความรับผิดชอบคือเขตจังหวัด โดยมาตรา ๓๕/๕ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมายและรับผิดชอบในการ บริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ และนโยบายพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๗ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ ของประชาชนในท้องถิ่น จำนวน ๒๙ อนุมาตรา และมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับเทศบาลและองค์การบริหาร ส่วนตำบล รวมถึงมีกฎหมายอื่นที่กำหนดหน้าที่และอำนาจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ และหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมีมากมายหลายด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการ บริหารงาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บุคคลต่าง ๆ ที่มี ความรู้ ความสามารถ ในด้านที่เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงได้แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารราชตามมาตรา ๓๕/๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วน จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายว่า ที่ปรึกษา น. ผู้มีหน้าที่ให้ความเห็นและคำแนะนำ พิเศษ (๑) ว. นอกเหนือหรือ แตกต่างไปจากปรกติธรรมดา (มักใช้ในทางดี) เช่น อาจารย์พิเศษ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้ความเห็นและ คำแนะนำเฉพาะเรื่อง โดยการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษนั้นไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน รวมถึงอำนาจบังคับบัญชา ข้าราชการหรืออำนาจทางการเมืองใด ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปในลักษณะของการให้ความร่วมมือหรือความ เสียสละของบุคคลและมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรีให้ดียิ่งขึ้น และขอยืนยัน อีกครั้งว่าจะบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด     องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙พร้อมได้แนบหนังสือองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)  ที่แจ้งถึง นางบุษบงก์  ชาวกัณหา  ผู้ร้องเรียนผ่านเพจและ ยื่นหนังสือให้ นายก อบจ.ชี้แจงกรณีการแต่งตั้งชาวจีนเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ระบุข้อความว่า  เรื่อง ขอข้อมูลข่าวสารของราชการ เรียน นางบุษบงก์ ชาวกันหา    อ้างถึง หนังสือขอข้อมูลข่าวสารของราชการ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ที่ ๓๙๓/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑ ชุดตามที่ท่านได้มีหนังสือขอข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยขอเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่ง แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ขอเรียนว่า การขอข้อมูลดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิความเป็น พลเมือง (Citizenship) และการมีส่วนร่วมทางการเมือง (Political Participation) ของท่าน ที่มีความต้องการที่จะ ให้มีการพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรีให้มีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นรวมถึง แนวทางการบริหารงานในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (Representative Democracy) ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวปราจีนบุรี โดยได้ทำสัญญาประชาคมกับชาวปราจีนบุรีไว้ในการแถลง นโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ จำนวน ๒ ด้าน มุ่งเน้นให้ สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการของประชาชน และการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในปัจจุบันของจังหวัด ปราจีนบุรี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี และขอเรียนเพิ่มเติมว่า รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๐ มีหลักว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระ ในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ โดยมีกฎหมายกำหนดหน้าที่และอำนาจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เช่น พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ กำหนดเขตความรับผิดชอบคือเขตจังหวัด โดยมาตรา ๓๕/๕ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ ในการกำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมายและรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ และนโยบาย พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๗ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจ และหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น จำนวน ๒๙ อนุมาตรา และมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงมีกฎหมายอื่นที่กำหนดหน้าที่และอำนาจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่และหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วน จังหวัดมีมากมายหลายด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการบริหารงาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บุคคลต่าง ๆ ที่มีความรู้ ความสามารถ ในด้านที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงได้แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารราชตามมาตรา ๓๕/๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายว่า ที่ปรึกษา น. ผู้มีหน้าที่ ให้ความเห็นและคำแนะนำ, พิเศษ (๑) ว. นอกเหนือหรือแตกต่างไปจากปรกติธรรมดา (มักใช้ในทางดี) เช่น อาจารย์พิเศษ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้ความเห็นและคำแนะนำเฉพาะเรื่อง โดยการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษ นั้นไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน รวมถึงอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการหรืออำนาจทางการเมืองใด ซึ่งการแต่งตั้ง ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะของการให้ความร่วมมือหรือความเสียสละของบุคคลและมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่มุ่งมั่นที่ จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรีให้ดียิ่งขึ้น  และขอยืนยันอีกครั้งว่าจะบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด (Conflict of Interest) ทั้งนี้ หากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด ขอให้จัดส่งข้อมูลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขตามหน้าที่และอำนาจ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป สำหรับใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) ไม่อยู่ใน ความครอบครองขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งนี้ ได้จัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่ร้องขอมาพร้อม หนังสือฉบับนี้ด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
##  มานิตย์  สนับบุญ 081-5583238 – ข่าว / ณัฐนันท์ – ภาพ / ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดปราจีนบุรี 

 

 

 

ใหม่กว่า เก่ากว่า