วันนี้ 25 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รอง ผวจ.กาญจนบุรี พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคัยการตำรวจกาญจนบุรี มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง 13 อำเภอ และเจ้าหน้าที่ ตำรวจทั้ง 21 สถานี บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงานเฝ้าระวังป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด ทั้งในเมือง ชุมชน และหมู่บ้าน ให้เป็นไปตามนโนบายของรัฐบาล อย่างเข้มข้น และรายงานผลการปฏิบัติให้ผู้บังคับบัญชาทราบแบบวันต่อวัน ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรี มี 13 อำเภอ 98 ตำบล 959 หมู่บ้าน และ 206 ชุมชนโดยเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 นายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย พันตำรวจเอกนัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผู้กำกับ สภ.บ่อพลอย พันตำรวจโทวิษณุ พงศ์พันธุ์อนุสรณ์ รอง ผู้กำกับสืบสวนสภ.บ่อพลอย พันตำรวจโทคณิต แผนสมบูรณ์ สารวัตรสืบสวน สภ.บ่อพลอย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีพระสงฆ์ ชื่อพระพันธุ์ กับพระต้อม ซึ่งเป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ่อพลอย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อพลอย ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไปถึงพบพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปอยู่ภายในวัด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมให้นำพาตรวจค้นภายในกฎิ ผลการตรวจค้นภายในกุฏิของพระทั้ง 2 รูป ปรากฏว่ากุฏิพระต้อม อายุ 35 ปี ชาว ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี พบยาบ้า จำนวน 2 เม็ดครึ่ง ส่วนกุฏิพระพันธุ์ อายุ 31 ปี ชาว ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ขณะถูกจับกุมตัว พระทั้ง 2 รูปไม่มีอาการสะทกสะท้านต่างใด้อีกทั้งยังมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแบบสบายใจอีกด้วยโดยพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปให้การยอมรับสารภาพว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของตัวเองมีไว้เพื่อเสพจริง เจ้าหน้าที่จึงนิมนต์เจ้าอาวาสมาทำพิธีเพื่อให้พระทั้ง 2 รูปสึกจากความเป็นพระจากนั้นจึงนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บ่อพลอย และจากการตรวจปัสสาวะ พบฉี่พบเป็นสีม่วงเจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีนายนายต้อมและนายพันธุ์ ในข้อกล่าวหา มีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)หรือเมทแอมเฟตามีน)ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ส่วนที่มาของยาบ้าอยู่ระหว่างการสอบสวนต่อมาเวลา 18.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ได้รับการประสานจาก พันตำรวจโทสุรัตน์ ว่องมหาชัยกุล สาวัตรสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ให้นำกำลังไปร่วมปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการมั่วสุมยาเสพติดที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้ 1 ราย คือนายดิเรก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)บรรจุในถุงพลาสติกแบบรูดเปิดปิด จำนวน 5 ถุง นับรวมกันได้ 879 เม็ด หลังจากจับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บ่อพลอยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนสั่งซื้อยาบ้ามาจากเพื่อน จำนวน 20 ถุง (4,000 เม็ด) ในราคาถุงละ 2,300 บาท จากนั้นนำไปจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ในราคาถุงละ 2,500 บาท ได้กำไรถุงละ 300 บาท บางส่วนเก็บเอาไว้เสพเอง โดย 5-6 เดือนที่ผ่านมาตนทำในลักษณะนี้มาแล้ว 10 ครั้ง หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่ โรงพยาบาลบ่อพลอย ผลการตรวจยืนยันว่ามาสารเสพติดในร่างกายเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อพลอยดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีก 1 คดี เกิดขึ้นในท้องที่ สภ.สังขละบุรี โดยนายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี พันตำรวจเอกสันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับสภ.สังขละบุรีพันตำรวจเอกธวัลธรณ์ พุฒิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 พันเอกปิยเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พันตำรวจตรีมนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผู้กำกับปรายปรามสภ.สังขละบุรี พันตำรวจโทคณิสร มณีรัตน์ รอง ผู้กำกับหัวหน้าร้อย ตชด.134 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสาย 323 บริเวณจุดตรวจร่วมจงอั่ว หมู่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีต่อมาพบชายวันรุ่นขับขี่รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 i สี น้ำเงิน หมายเลขทะเบียนกาญจนบุรี มาจากทางด้านอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ เมื่อมาถึงด่านเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น จากการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ชายวัยรุ่นรายดังกล่าวมีอาการคล้ายคนเสพยาเสพติดมาใหม่ๆ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่ โรงพยาบาลสังขละบุรีระหว่างรอผลตรวจจากคณะแพทย์ เจ้าหน้าที่สังเกตุพบว่าชายวัยรุ่นรายดังกล่าวเริ่มมีท่าทางพิรุธให้เห็นมากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นเสื้อผ้าที่สวมใส่อย่อย่างละเอียด ผลรากฎพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) มัดด้วยหนังยางพันด้วยสายไฟสีดำซุกซ่อนเอาไว้บริเวณกระเป่าด้านในของเสื้อคลุม จำนวน 5 ถึง รวม 1,000 เม็ด พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด .380 ที่กระเป๋ากางเกงขวา 1 นัด ส่วนผลการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)อยู่ในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สังขละบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายอนุชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาว ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีนายอนุชิตฯผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ยาบาจำนวนดังกล่าวเป็นของเพื่อนที่ร่วมเสพยาเสพติดด้วยกัน โดยเพื่อนได้ว่าจ้างให้ตนนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวไปส่งให้กับลูกค้นในพื้นที่บ้านท่าน้ำตื้น ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมืองกาญจนบุรี ในราคา 5,000 บาท ระหว่างเดินทางก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน หลังจากนายอนุชิตฯให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่จะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการในภายหลังต่อไป
///////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์




