รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ นำทีมพาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัด ช่างตวงวัดเขต 2-5 สุรินทร์ ลุยตรวจปั้มน้ำมันป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา ประวิงปฏิเสธการจำหน่าย และตรวจปริมาณการจ่ายน้ำมันว่าตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หวั่นผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง คาดโทษหากปั้มใดฝ่าฝืนเอาผิดตามกฎหมาย

  (5 มี.ค.69) นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสุทธิศักดิ์   พรหมบุตร  พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์  , นายประสพ  วรรณขาว  นักวิชาการพลังงานชำนาญการพิเศษ  สำนักงานพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์   และผู้แทนจากสำนักงานสาขาช่างตวงวัดเขต 2-5 สุรินทร์  ได้นำเจ้าหน้าที่  ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันหลายแห่ง  ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์  ว่ามีการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค  ในช่วงเกิดภาวะสงครามที่ตะวันออกกลาง     ทั้งการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา    ประวิงหรือปฏิเสธการจำหน่าย   รวมถึงตรวจสอบปริมาณการจ่ายน้ำมันว่าว่าตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่     

 รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า   จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น   ยังไม่พบสถานีบริการน้ำในใดที่มีการปรับขึ้นราคา  หรือฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนแต่อย่างใด

แต่จากการสอบถามทางผู้ประกอบการก็ยอมรับว่า      หลังเกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง  ส่งผลต่อการขนส่งน้ำมัน   ทำให้ทางบริษัทใหญ่หรือบริษัทแม่  ที่เคยให้โควต้ากับปั้มสาขาต่างๆ จำนวนไม่จำกัด   แต่ช่วงนี้ส่งน้ำมันให้ปั้มสาขาลดลง   แต่ก็ยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน    แม้จะมีปริมาณการเติมน้ำมันในแต่ละวันเพิ่มขึ้น อย่างเช่นปั้มขนาดใหญ่ ที่เคยมีปริมาณการเติมน้ำมันของลูกค้าวันละ 7,000 ลิตร ก็เพิ่มเป็นวันละ 10,000 ลิตร  แต่น้ำมันในสต๊อกก็ยังเพียงพอ   

ซึ่งจากข้อมูลพบว่า  ทั้งจังหวัดมีสถานีบริการน้ำมันทุกขนาดที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์  กว่า 500 แห่ง  ขณะนี้ยังไม่พบการร้องเรียนการปรับขึ้นราคา หรือฝ่าฝืนกระทำผิดแต่อย่างใด  อย่างไรก็ตามหากได้รับการร้องเรียน หรือตรวจสอบว่า  สถานีบริการน้ำมันใด  มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา   กักตุน ประวิงหรือปฏิเสธการจำหน่าย  ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542  มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ






       สุรชัย     พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า