บุรีรัมย์เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบต้นทุนวอนรัฐพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า กก.100 เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ กังวลสงครามยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต้นทุนทั้งปุ๋ย น้ำมันที่จะปรับราคาสูงขึ้น วอนรัฐหามาตรการควบคุมราคาปุ๋ย และน้ำมันรองรับ และเรียกร้องให้ดูแลราคาผลผลิตทุเรียนไม่ให้ต่ำกว่า กก.ละ 100 จากปีก่อน กก.แค่ 70 ไม่คุ้มทุน

(14 มี.ค.69)  เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่ในอำเภอโนนสุวรรณ  จังหวัดบุรีรัมย์  ต่างกังวลสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ   ซึ่งจะทำให้พลังงาน และราคาสินค้าต่างๆ ทั้งน้ำมัน   ไฟฟ้า  และปุ๋ย  มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น   ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเกษตรกร เพราะทั้งน้ำมัน  ปุ๋ย  และไฟฟ้า เป็นต้นทุนหลักในการปลูกทุเรียน  ก็จะทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่    จึงอยากวอนให้รัฐบาลหามาตรการควบคุมราคาปุ๋ย   น้ำมัน  และไฟฟ้ารองรับ   พร้อมทั้งเรียกร้องให้ดูแลเรื่องราคาผลผลิตทุเรียน   ไม่ให้ราคาหน้าสวนต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาทให้สอดคล้องกับต้นทุน    เพราะปีที่ผ่านมาราคาทุเรียนหน้าสวนที่ล้งมารับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 60 – 70 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
นายอนันต์  บุญชิต   อายุ 50 ปี   เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนน้ำแร่  บ้านน้อยอุบล  ต.โนนสุวรรณ  อ.โนนสุวรรณ   บอกว่า   ปัจจุบันปลูกทุเรียนทั้งหมด 3 แปลง  เนื้อที่ 45 ไร่   จำนวนต้นประมาณ 1,100 ต้น  ต้องทุนทั้งระบบน้ำที่ใช้ทั้งไฟฟ้า   พลังแสงอาทิตย์  และน้ำมัน  ในการสูบดึงน้ำใต้ดินรดหล่อเลี้ยงต้นทุเรียนในแต่ละแปลง   ปุ๋ยเคมี   ฮอร์โมนฉีดพ่นบำรุงใบ   ยากำจัดศัตรูพืช   และจ้างแรงงานคนในการดูแลสวน  กำจัดวัชพืชอีก  เฉลี่ยต้นทุนทุกแปลงปีละหลักแสน    หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อทำให้ราคาปุ๋ย  น้ำมัน  และไฟฟ้า ปรับราคาสูงขึ้น  ก็จะส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย   จึงอยากให้รัฐบาลควบคุมราคาปุ๋ย  น้ำมัน  เพื่อไม่ให้กระทบกับเกษตรกรมากนัก   และที่สำคัญอยากให้ดูแลราคาผลผลิตทุเรียนหน้าสวน   ไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาทเพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุน




      สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์
 

ใหม่กว่า เก่ากว่า