ที่นำเอาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกินลูกชิ้นที่เรียบง่ายระหว่างรอรถไฟที่มีมานานกว่า 50 ปี มาเป็น Soft Power ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดให้รู้จักกันทั่วโลก และได้ถือเอาวันที่ 27 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันเกิดของ ลาลิซ่า “ลิซา” มโนบาล วงแบล็กพิงก์ ที่พูดถึงบ้านเกิด และลูกชิ้นบุรีรัมย์ ทำให้ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์เป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็น “วันลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์” อีกทั้งเพื่อกระตุ้นรายได้ด้านการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่
โดยปีนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์งาน “ยืนหนึ่ง เรื่องกิน ยืนกินเรื่องใหญ่ หนึ่งเดียวในไทย เรื่องใหญ่ ยืนกิน” ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การฉลองวันเกิดให้กับลิซ่า การแข่งขันกินลูกชิ้น การแข่งขันเสียบลูกชิ้นยืนกิน การประกวด Cover Dance และการแจกลูกชิ้นยืนกินฟรี เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะมีเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร และมีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก
น.ส.กาญจน์นภัทร จิรไกรพงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลลูกชิ้นยืนกินปีนี้เป็นปีที่ 9 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพขายลูกชิ้นยืนกิน ซึ่งภายในงานมีร้านลูกค้าที่มาร่วมจำหน่ายกว่า 40 ร้าน และยังมีอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดมาจำหน่ายภายงานด้วย และยังมีการแสดงอีกมากมายเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้มาเที่ยว คาดว่าตลอดการจัดงานจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศความสนุกสนานของงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 9” พร้อมลิ้มลองลูกชิ้นยืนกินเอกลักษณ์ขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์ และร่วมกิจกรรมความบันเทิงหลากหลาย ระหว่างวันที่ 27 – 29 มีนาคม 2569 ณ สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์
ขณะที่แม่ค้าขายลูกชิ้นรายหนึ่ง บอกว่า แม้วัตถุดิบทำลูกชิ้นและน้ำจิ้ม จะปรับราคาสูงขึ้น แต่ยังคงขายลูกชิ้นยืนกินราคาเดิมไม้ละ 5 บาท และคาดว่าตลอดการจัดงานจะขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 บาท และหากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ก็จะมียอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์เฉลี่ยวันละ 80,000 – 100,000 บาท
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์


















