เรือนจำพิเศษธนบุรี ได้รับตัวผู้ต้องขังดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ต่อมามีอาการไข้สูง และ
มีภาวะเนื้อตายที่บริเวณเท้า จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์และระหว่างเตรียมการผ่าตัด
ที่เท้าพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง (Monkeypox: Mpox) จึงได้ส่งหน่วยควบคุมการติดเชื้อ และ
ดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูง และนำแนวทางการควบคุมโรคด้วยหลักการ Bubble and Seal มาใช้ในเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว เช่น การกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่การซักประวัติและสังเกตอาการของโรคฝีดาษลิง การมีไข้ร่วมกับเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต และ
มีตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตุ่มตกสะเก็ดตามความรุนแรงของโรคหรือไม่ เป็นต้น
ซึ่งในปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังรายใดมีความสัมพันธ์กับโรคฝีดาษลิง ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษธนบุรี กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ได้เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด กรมราชทัณฑ์ เร่งกำชับให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง
เฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ต้องขังสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และรายงานการตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้กรมราชทัณฑ์ทราบทุกรายในทันทีอนึ่ง เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งยังไม่พบผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด
