วันนี้ 8 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางในการป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายจักรกฤช ต้นเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 7 พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผู้อำนวยการสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหางานจังหวัด สื่อมวลชน และภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ เข้าร่วมการประชุมฯ
จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค7 จัดการประชุมเพื่อหารือในประเด็นการเฝ้าระวังป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ และติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 รวมไปถึงเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลต้องดำรงความมุ่งหมายของนโยบายที่ว่าแรงงานต่างชาติทุกคนต้องอยู่ในระบบ และต้องคงไว้ซึ่งนโยบายการนำเข้าแรงงานข้ามชาติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ (MOU) ลดปัญหาแรงงานข้ามชาติหลบหนีเข้าเมือง และควรกำหนดมาตรการในการคุ้มครองอย่างรัดกุมแก่ประชาชนผู้ให้ความร่วมมือ ในการแจ้งเบาะแสการทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ
สำหรับสถานการณ์เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าประเทศในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่จับคุมผู้หลบหนีเข้าเมืองฯ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี และ อำเภอทองผาภูมิ จำแนกเป็น สัญชาติเมียนมา สัญชาติกัมพูชา สัญชาติลาว และสัญชาติเวียดนาม ซึ่ง การบริหารจัดการและคุ้มครองสวัสดิการแรงงาน หน่วยงานด้านแรงงานได้เสนอแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ รวมถึงการเร่งสร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง และสถานประกอบการในการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU เพื่อลดปัญหาแรงงานหลบหนีเข้าเมือง พร้อมกำชับการตรวจสอบคัดกรองบุคคลที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ขานรับนโยบายของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค7 ในการวางมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากขบวนการนายหน้า โดยเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด หากพบการปล่อยปละละเลยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาขั้นสูงสุดโดยไม่ละเว้น อีกทั้งยังได้เตรียมมาตรการเชิงรุกในการเปิดรับข้อมูลเบาะแสจากภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่ โดยจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และโปร่งใสในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในเขตพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค7 จัดการประชุมเพื่อหารือในประเด็นการเฝ้าระวังป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ และติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 รวมไปถึงเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลต้องดำรงความมุ่งหมายของนโยบายที่ว่าแรงงานต่างชาติทุกคนต้องอยู่ในระบบ และต้องคงไว้ซึ่งนโยบายการนำเข้าแรงงานข้ามชาติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ (MOU) ลดปัญหาแรงงานข้ามชาติหลบหนีเข้าเมือง และควรกำหนดมาตรการในการคุ้มครองอย่างรัดกุมแก่ประชาชนผู้ให้ความร่วมมือ ในการแจ้งเบาะแสการทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ
สำหรับสถานการณ์เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าประเทศในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่จับคุมผู้หลบหนีเข้าเมืองฯ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี และ อำเภอทองผาภูมิ จำแนกเป็น สัญชาติเมียนมา สัญชาติกัมพูชา สัญชาติลาว และสัญชาติเวียดนาม ซึ่ง การบริหารจัดการและคุ้มครองสวัสดิการแรงงาน หน่วยงานด้านแรงงานได้เสนอแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ รวมถึงการเร่งสร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง และสถานประกอบการในการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU เพื่อลดปัญหาแรงงานหลบหนีเข้าเมือง พร้อมกำชับการตรวจสอบคัดกรองบุคคลที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ขานรับนโยบายของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค7 ในการวางมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากขบวนการนายหน้า โดยเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด หากพบการปล่อยปละละเลยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาขั้นสูงสุดโดยไม่ละเว้น อีกทั้งยังได้เตรียมมาตรการเชิงรุกในการเปิดรับข้อมูลเบาะแสจากภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่ โดยจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และโปร่งใสในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในเขตพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์





