ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านรายการหนึ่ง เมื่อวันที่7 มกราคม 2569 โดยกล่าวอ้างถึงการใช้ชีวิตของผู้ต้องขังหญิงรายหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีภายในทัณฑสถานหญิงกลาง ว่ามีความเป็นอยู่อย่างหรูหรามีการทำผม ทำเล็บ สวมใส่เสื้อผ้า และนอนในที่พักราคาสูง รวมถึงการใช้จ่ายเงินเกินกว่าที่ระเบียบกำหนดไว้นั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีนั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์พ.ศ. 2560 และมาตรฐานสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง หรือ "ข้อกำหนดกรุงเทพ" ซึ่งบัญญัติให้มีการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดให้แตกต่างจากผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยอนุญาตให้สวมใส่ชุดนอน หรือชุดอื่นที่ทางทัณฑสถานจัดให้ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าภายในทัณฑสถาน ตามรูปแบบมาตรฐาน และจัดจำหน่ายที่ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้เลือกชื้อในราคาปกติทั่วไป เช่นเดียวกับการให้บริการเสริมสวยและบริการซักรีดเสื้อผ้าผู้ต้องขัง โดยมีการจัดเก็บค่าบริการผ่านระบบบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังอย่างโปร่งใส โดยผู้ต้องขังทุกคนสามารถเข้าถึงบริการได้ภายในระยะเวลาและระเบียบ
ที่กำหนดไว้อย่างเท่าเทียม มิได้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งการให้บริการดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของ
ภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังผ่านหลักสูตรการฝึกวิชาชีพและการดูแลสุขอนามัย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยในการกลับคืนสู่สังคม
ในส่วนของมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินของผู้ต้องขังในแต่ละวัน กรมราชทัณฑ์กำหนดแนวทางผ่านระบบบัญชีเงินฝากผู้ต้องขัง โดยจำกัดวงเงินการใช้จ่ายผู้ต้องขังไว้ไม่เกินวันละ 500 บาท ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าผู้ต้องขังมีการใช้จ่ายเงินวันละหลายพันบาท จึงไม่เป็นความจริง และไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบบริหารจัดการการเงินของทัณฑสถานได้อนึ่ง เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ได้ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน
กฎหมาย และระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
