
ความหมายเชิงวัฒนธรรม สะท้อน ความเรียบง่าย ประหยัด และภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นสัญลักษณ์ของชายไทยในอดีต ปัจจุบันนำมาประยุกต์เป็นเสื้อผ้า กระเป๋า ของที่ระลึก และงานแฟชั่น ที่มาของคำว่า “ขาวม้า” มีความเชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ขะม้า” หรือ “ขะมอ” ในภาษาถิ่น หมายถึงผ้าที่ใช้คาดหรือโพก ไม่ได้หมายถึงสีขาวหรือม้าโดยตรง
ขณะเดียวกันก็มีการสร้าง ปราสาทรวงข้าว ที่วิจิตรตระการตาจากนำรวงข้าวจำนวนมหาศาล เพื่อแสดงความอุดมสมบูรณ์และอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามนี้ให้คงอยู่ โดยจะจัดงานในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่วัดพรหมวิหาร จัดเป็นประเพณีสืบสานบุญคูณลาน สร้างปราสาทรวงข้าวบูชาพระแม่โพสพ
โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ณ วัดพรหมวิหาร บ้านฝายหิน ตำบลโนนม่วง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ประชาชน สืบสานประเพณีบุญคูณลาน เพื่อบูชาพระแม่โพสพ และสู่ขวัญข้าวเพื่อความเป็นสิริมงคล ไฮไลท์อยู่ที่การสร้างปราสาทรวงข้าว ซึ่งชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญานำรวงข้าวจำนวนมาก มาร้อยเรียงสร้างขึ้นอย่างวิจิตรสวยงาม รายล้อมด้วยการจัดซุ้มปราสาทรวงข้าวบริวารอีกหลายหลัง พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว การแสดงฟ้อนรำของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน การแสดงกลองยาวเยาวชนนักเรียนโรงเรียนฝายหินประชารักษ์ และชาวบ้าน จากคณะกลองยาวอีสานเสียงพิณ
กิจกรรมตีนวดข้าว และอีกหนึ่งแลนด์มาร์คส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หาดูได้ยาก และมีที่เดียวในจังหวัดหนองบัวลำภู
โดยมีพระอุดมคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมจ้าอาวาสวัดพรหมวิหาร และพลังศรัทธาที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ ในขณะที่ นางศรัณยา สุวรรณพรหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อม นายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอศรีบุญเรือง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอนากลาง นาวัง และศรีบุญเรือง พร้อมกำนัน ผญบ.ในพื้นที่ตำบลโนนม่วง และ องค์การบริหารส่วนตำบลโนนม่วง และอีก 4 ชุมชนร่วมงานกว่า 500 คน ร่วมในพิธี
โดยในพิธีตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรพระเกจิ-ครูบาอาจารย์ ภายในวัด จากนั้นนายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอศรีบุญเรือง เป็นประธานในการบูชาบวงสรวงพระแม่โพสพ เป็นอีกหนึ่งประเพณีในฮีต 12 คอง 14 ของชาวอีสาน ที่สืบสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษในช่วงเดือน 3 หลังเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี โดยมีการถ่ายทอดมารุ่นต่อรุ่น เพื่ออนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม และประเพณีพื้นบ้านดั้งเดิม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ที่มีความโดดเด่นด้านวิถีชีวิตและประเพณีที่ยิ่งใหญ่ตลอดปี อย่างบุญคูนลานของชาวบ้านฝายหินได้มีการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะรูปแบบปราสาทรวงข้าวมีการพัฒนาเรื่อยมา จนกระทั่งมีรูปแบบเป็นปราสาทรวงข้าวและหลอมข้าวชาวอีสาน ตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีความสวยงามโดดเด่นและยังคงรูปแบบวัฒนธรรมอีสานไว้จากนั้น นางศรัณยา สุวรรณพรหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในการประกอบพิธีถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมเป็นประธานเปิดงานบุญคูณลาน พร้อมเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมบุญคูณลาน ประจำปี 2569 จากนั้นเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมของ 4 ชุมชนบ้านฝายหิน 4 ชุดการแสดง
ต่อด้วยไฮไลน์ในงานเมื่อ นายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอศรีบุญเรือง ร่วมโชว์ตีกลองยาวร่วมกับคณะกลองยาววัดพรหมวิหาร และร่วมร่ายรำวงกับคณะแม่บ้านอย่างเป็นกันเอง สร้างความสนุกสนาน ในขณะเดียวกันนางศรัณยาฯนายก อบจ.หนองบัวลำภู นายอำเภอศรีบุญเรือง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและชาวบ้านร่วมกันตีข้าว(นวดข้าว) สำหรับข้าวที่เก็บเกี่ยวข้าววันพ่อจากนาหลวง จำนวน 14 ไร่เพื่อการกุศลโดยเจ้าของแปลงนา อนุญาตให้ทางวัดและชาวบ้านปักดำและเก็บเกี่ยวข้าวเองโดยพลังจิตอาสา นำมาก่อปราสาทรวงข้าวและหลอมข้าว อันเป็นการสืบสานพระราชดำริของพ่อหลวง เสร็จแล้วนำมาก่อเป็นปราสาทรวงข้าวและหลอมข้าวเป็นการเอาแรงนวดข้าว จนเสร็จสิ้นกิจกรรมท่ามกลางมหรสพตลอดทั้งวัน
ประเพณีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูณลาน สืบตำนานพระแม่โพสพในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตดั้งเดิม ผ่านรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างๆ ในงาน เช่น การร่วมบริจาคข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ บำรุงพระพุทธศาสนา พัฒนาชุมชน แสดงออกถึงพลังสามัคคี และความกตัญญูต่อพระแม่โพสพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษานาข้าว น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ และหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้เจริญงอกงาม ออกผลผลิตข้าวให้บริบูรณ์ ได้รับประทานเพื่อยังชีพและจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
จะอย่างไรก็ตาม สำหรับ 4 ชุมชนบ้านฝายหิน ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง ได้จัดงานประเพณีบุญคูณลานเป็นประจำทุกปี โดยมีการพัฒนารูปแบบจากที่ชาวบ้านนำข้าวมากองรวมกัน เดิมไม่มีรูปแบบสวยงาม ต่อมาจึงใช้ภูมิปัญญาและด้วยความคิดสร้างสรรค์ ในการนำรวงข้าวมาประดับตกแต่งเป็นปราสาทรวงข้าวด้วยศิลปะอีสาน ซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน จนกลายเป็นปราสาทรวงข้าวที่วิจิตรสวยงาม การจัดงานบุญคูณลานดังกล่าว จึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ พื้นฟู สืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนได้เห็นความสำคัญของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู









