ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง วิเคราะห์โครงสร้างการเมืองไทยในมิติยุทธศาสตร์ สะท้อนบริบทการเปลี่ยนผ่านของประเทศ บทบาทของกลไกรัฐ พรรคการเมือง และพลังภาคประชาชน พร้อมเน้นย้ำว่า ช่วงเวลาสำคัญของประเทศต้องการผู้นำที่ “คิดให้ขาด มองให้ไกล และตัดสินใจบนฐานความรับผิดชอบต่อสังคม” ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองระยะสั้น
ในประเด็นองค์กรอิสระ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน โดยย้ำว่า องค์กรอิสระไม่ควรอยู่เหนือการตรวจสอบ แต่ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบตนเองได้ และรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมระบุว่า ปัญหาที่แท้จริง “ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล” หากแต่อยู่ที่ระบบ กลไก และโครงสร้างที่บิดเบี้ยว
พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการแทรกแซงทางการเมืองที่บั่นทอนความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้ จนกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงชี้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจมีขนาดและอำนาจมากเกินไป ควรปรับให้กะทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านระบบเลือกตั้ง การแยกหมายเลข ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีเป้าหมายเพื่อลดการซื้อเสียง แม้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และอาจส่งผลให้บัตรเสียเพิ่มขึ้น ขณะที่กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระนั้น วุฒิสภามีบทบาทเพียงการกลั่นกรองและให้ความเห็นชอบ ไม่ได้เป็นผู้คัดเลือกโดยตรง
ภายหลังการบรรยาย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิชิต สุรดินทร์กูร ประธานดำเนินงาน เปิดเวที “Chat & Share” ให้ผู้เข้าอบรมร่วมแลกเปลี่ยน วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง และนำเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ สะท้อนพลังความคิดของผู้นำรุ่นใหม่ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตประเทศ จากนั้น เป็นเวทีเสวนาหัวข้อ “การเมืองท้องถิ่นเชิงยุทธศาสตร์ ทำอย่างไรให้พัฒนาพื้นที่ได้จริงภายใต้ข้อจำกัด ” โดยนายพิเชฐ ทินอยู่ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง และนายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีบึงยี่โถ ร่วมถอดบทเรียนการบริหารงานท้องถิ่น ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กฎหมาย และโครงสร้างการปกครอง พร้อมเสนอแนวทางผลักนโยบายจากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณ ไชยนิตย์ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ เชื่อมโยงการเมืองระดับชาติสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม





