6 พรรค ร่วมดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ จุดเปลี่ยนประเทศ ชิงใจคนภาคตะวันออก

(21 ม.ค. 2569) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เนชั่นทีวี จัดเวที NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย SPECIAL สัญจร จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภูมิภาค เปิดพื้นที่สาธารณะให้ทุกพรรคการเมืองได้นำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบาย ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพื้นที่ภาคตะวันออก เข้าร่วมแสดงจุดยืนและแนวทางการพัฒนาประเทศ
 ภายในเวทีมีตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย 1.นายสรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย 2.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน 3.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ พรรคกล้าธรรม 4.นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ 5.นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ และ6.นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย

  บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์จากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมให้กำลังใจผู้แทนพรรคของตนอย่างเนืองแน่น บางพรรคมีการจัดเตรียมป้าย เสื้อทีม และอุปกรณ์เชียร์มาอย่างเต็มที่ สร้างสีสันทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก

  สำหรับขั้นตอนการดีเบตครั้งนี้แบ่งช่วงการดีเบตออกเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกเป็นการตอบคำถาม ถ้าพรรคคุณได้เป็นรัฐบาลคุณจะผลักดันนโยบายใดและทำได้จริงให้กับยพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละพรรคและแสดงวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง โดยให้เวลาคนละ 3 นาที

 โดยเริ่มจากนายสรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยึดหลัก “นโยบายต้องทำได้จริง” โดยให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจของเมืองพัทยา พร้อมชี้ว่านโยบายฟรีวีซาที่ผ่านมา แม้เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว แต่ยังขาดคุณภาพ จึงต้องปรับทิศทางสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่การแก้หนี้เกษตรกร วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี นโยบายหวยเกษียณ และการประกาศสงครามกับยาเสพติด สแกมเมอร์ รวมถึงการนำกระท่อมและกัญชากลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ด้านแรงงานและการศึกษา เสนอแนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” ผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรม EEC ปีละ 1 ล้านคน

ส่วนเรื่องการกระจายอำนาจ ควรเกิดขึ้นนานแล้วแต่ศักยภาพแต่ละท้องถิ่นมันไม่ได้เอื้อนโยบายจากส่วนกลางลงไปท้องถิ่นแล้วปฏิบัติไม่ได้ เหมือนเป็นการทิ้งเปล่าๆ ที่ผ่านมา ไม่เคยมีความยั่งยืน ปี 2544 เป็นปีเดียว ที่รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี

2 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนนายกฯ ไป 3 คน ถ้าต่อเนื่องทำได้แน่

 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชน เสนอนโยบายแก้ปัญหาภาคตะวันออก 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อน การจัดการปัญหาช้างป่าด้วยเทคโนโลยีติดตาม และการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคผลไม้ โดยขยายระบบบัตรแรงงานเพื่อช่วยเกษตรกร

    ส่วนเรื่องคอร์รัปชัน อนุสาวรีย์ของการคอร์รัปชันความอับอายของชาวพัทยาวอเตอร์ฟรอนท์ฯ นี่แหละครับนายกฯ สมัยนั้น ถูกกล่าวหาว่าทุจริตหนีคดีไปต่างประเทศ จนหมดอายุความ ชื่ออะไร สนับสนุนพรรคไหนให้ชาวชลบุรีไปดูเอง

 นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ พรรคกล้าธรรม ชูแนวคิด “7 กุญแจพัฒนา” ภาคตะวันออก ตั้งแต่การท่องเที่ยวเมืองรอง อุตสาหกรรม สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม เกษตรกร ไปจนถึงการศึกษา โดยเสนอแนวคิด “ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก” และการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบแหล่งที่มาผลผลิต เพื่อสกัดทุนสีเทา

   ในเรื่องการคอร์รัปชั้น นั้นการปราบคอร์รัปชั้น เป็นนโยบายของพรรคกล้าธรรมผมบอกทุกคนเสมอเราสอนให้คนเก่งได้แต่สอนให้คนชื่อสัตย์ไม่ได้ผมว่าอยู่ที่สามัญสำนึก

 นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ เน้นให้การพัฒนา EEC ต้องเกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โปร่งใส และสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจควบคู่ความเป็นธรรมด้านการเกษตร เรื่องของการคอร์รัปชั้น พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มต้นแล้วด้วยการเมืองสุจริต คือการเข้าสู่อำนาจ เราจะไม่มีการซื้อเสียงเด็ดขาด

 นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ ชี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งสารโลหะหนักและฝุ่น PM 2.5 พร้อมเสนอจัดการขยะ น้ำเสียอย่างเป็นระบบ พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล จัดตั้งศูนย์อาชีวอนามัย และผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตนเอง

  โดยปล่อยวดีเด็ดที่ว่า เรามักจะเห็นว่าตอนใกล้เลือกตั้งจะมีออกมาพูดซื้อเสียง พรีรนี้แต่ความจริงตัวเองแอบซื้อเสียงตั้งเท่าไหร่แต่ละพรรคการเมืองชอบมีหัวหน้าพรรคหล่อๆโปรไฟล์ดี จบเมืองนอกพูดเพราะ และมีอีกฝ่ายเอาไว้หาเงินเข้าพรรคเอาไว้ทำอะไรสีเทาเป็นแบบนี้มาตลอด

 ปิดท้าย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ดึงดูดการลงทุน สร้างความชัดเจนนโยบายภาครัฐ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวแบบ Man-made Destination โดยเฉพาะในเมืองพัทยา เพื่อเพิ่มรายได้และการจ้างงานในพื้นที่สร้างอาชีพ 

   ทั้งนี้พรรคปวงชนไทยเป้าหมายคือ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเราพร้อมจับมือทุกคนดูว่าพรรคนันมีจุดยืนเดียวกันหรือไม่จุดยินร่วมกันพัฒนาประเทศลดความแตกแยก ดูแลพี่น้องประชาชน










 อัมพร/พัทยา

ใหม่กว่า เก่ากว่า