บุรีรัมย์ช่างเคาะพ่นสีร้องทนาย ถูก ผอ.กองช่างหลอกกู้เงินร่วมรับเหมาสร้างศูนย์เด็กเป็นหนี้กว่า 4 แสนจ่อถูกยึดบ้าน หนุ่มใหญ่ช่างเคาะพ่นสีรถ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ หอบหลักฐานร้องทนายช่วยเหลือ ถูก ผอ.กองช่าง อบต.ดัง หลอกกู้เงินร่วมลงทุนรับเหมาสร้างศูนย์เด็กฯ ส่งมอบงานเสร็จแอบเบิกเงินคนเดียว ผู้เสียหายที่กู้เงินมาร่วมลงทุนกว่า 4 แสนโดนเจ้าหนี้ฟ้องจ่อถูกยึดบ้าน สุดช้ำเดินเรื่องร้องทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกฯ 10 ปี ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม ผอ.กองช่างยังทำงานปกติใช้ชีวิตสุขสบาย

 (13 ม.ค.69)  นายชิดพงษ์  จันทนุภา   ช่วงเคาะพ่นสีรถยนต์  ชาวอำเภอกระสัง  จ.บุรีรัมย์  ได้นำเอกสารหลักฐาน  ร้องเรียนกับนายวีรยุทธ    ศิริเรืองประภา   ทนายความอำเภอกระสัง ให้ช่วยเหลือ   หลังถูก ผอ.กองช่าง อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอกระสัง  หลอกให้นำโฉนดไปจำนอง ร่วมลงทุนรับเหมาก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กในตำบล งบประมาณกว่า 1.6 ล้านบาท  เมื่อปี 2559  โดยตกลงว่าหากดำเนินการเสร็จจะแบ่งผลกำไรและต้นทุนที่ลงไปคืนให้  แต่พอก่อสร้างเสร็จส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว   ผอ.กองช่าง คนดังกล่าวกลับแอบเบิกเงินไปใช้จ่ายคนเดียวหมด  ไม่ยอมแบ่งให้ตามที่ตกลงกัน  ผู้เสียหายพยายามไปทวงถามก็หลบเลี่ยงตลอด  จึงตัดสินใจร้องเรียนต้นสังกัด  กระทั่งมีการเจรจาไกล่เกลี่ยทำสัญญาประนีประนอม รับปากจะชดใช้เงินคืนจำนวน 421,300 บาท  โดยจ่ายเป็นเงินก้อน 150,000 บาท หลังจากนั้นจะผ่อนจ่ายเดือนละ 3,000 บาท  แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่ได้มีการจ่ายเงินตามสัญญา

แม้จะเดินเรื่องร้องเรียนทั้งกระทรวงมหาดไทย  สำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์ดำรงธรรม   แต่ ผอ.กองช่าง ก็ไม่เคยถูกลงโทษวินัย  หรือชดใช้เงินคืนเลย 

 นายชิดพงษ์   ผู้เสียหาย  บอกว่า  ที่หลงเชื่อเพราะเห็นว่าเขาเป็นข้าราชการ  เป็นถึง ผอ.กองช่าง คงจะไม่หลอกทำให้กระทบต่อหน้าที่การงาน  จึงยอมนำโฉนดไปจำนองเพื่อเอาเงินมาร่วมลงทุนตามที่เขาหลอกล่อ    แต่สุดท้ายกลับสูญเสียเงินไม่มีเงินไปไถ่ถอนโฉนดที่ดินคืน ตอนนี้จ่อจะถูกยึดบ้านแล้ว  ปัจจุบัน ผอ.กองช่างคนดังกล่าว ได้ย้ายไปตำแหน่งที่ อบต.อีกแห่งในอำเภอพลับพลาชัย  ไม่ได้ถูกลงโทษใดๆ ใช้ชีวิตสุขสบาย  แต่ตนเองกลับทุกข์หนักกลัวถูกยึดบ้าน จึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย

 นายวีรยุทธ    ศิริเรืองประภา   ทนายความ   กล่าวว่า   วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือ กรณีที่มีข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง   หลอกผู้เสียหายร่วมลงทุนก่อสร้างศูนย์เด็กเล็กภายในตำบล   แต่หลังจากดำเนินการเสร็จ  ข้าราชการคนดังกล่าวได้ไปเบิกเงินแล้วก็เชิดเงินไปทั้งหมด    และที่น่าเห็นใจมากคือผู้เสียหายไม่ได้มีเงินเก็บหรือเงินก้อน  ต้องเอาโฉนดที่ดินไปจำนองนายทุน   เพื่อที่จะเอาเงินไปลงทุนกับข้าราชการคนดังกล่าว  เพราะด้วยความไว้ใจที่เป็นข้าราชการ     ก็หวังว่าจะมีกำไร และจะได้ไปปิดหนี้ที่จำนองที่ดินไว้ด้วย    แต่ปรากฏว่ากำไรก็ไม่ได้ ต้นทุนก็ไม่ได้   แถมยังโดนเจ้าหนี้ฟ้อง  ที่สำคัญกำลังจะโดนยึดบ้านจะไม่มีบ้านอยู่แล้ว

ก็อยากฝากถึงนายก อบต.ที่กำลังจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง หลังจากเลือกตั้งผ่านไปเมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ที่ผ่านมา  และทราบอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่าใครชนะการเลือกตั้ง   ก็อยากฝากให้ท่านนายกฯ ใน อบต.ดังกล่าวที่ข้าราชการคนนี้ทำงานอยู่   ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย   เพราะตอนนี้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก   

ทนายวีรยุทธ   ยังระบุอีกว่า  เรื่องดังกล่าวเกิดตั้งแต่ปี 2559  ผ่านมา 10 ปีแล้ว  หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงปล่อยมาขนาดนี้  จริงแล้วที่ผ่านมาผู้เสียหายพยายามทุกช่องทาง ทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์  กระทรวงมหาดไทย  และสำนักนายกรัฐมนตรี   แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย   เพราะลำพังประชาชนคนธรรมดา ที่จะต่อสู้กับข้าราชการค่อนข้างยาก    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัย  หรือแม้กระทั่งเงินที่ถูกหลอกร่วมลงทุนก็ไม่ได้คืน   ข้าราชการคนที่หลอกงทำงานปกติ  ต่างจากผู้เสียหายที่ต้องทนทุกข์กำลังจะถูกยึดบ้าน เพราะไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ที่จำนองโฉนดไว้   จึงได้มาร้องเรียนกับตนเอง ซึ่งเป็นทนายความ และเป็นคนในพื้นที่ อ.กระสัง   ก็รับเรื่องไว้เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป  

           สุรชัย    พิรักษา  / บุรีรัมย์

 

ใหม่กว่า เก่ากว่า