คำสั่งดังกล่าวมาพร้อม แผนปฏิบัติการ 3 ระยะ ที่วางกรอบการทำงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “ค่อยเป็นค่อยไป แต่เห็นผลจริง” เปิดโอกาสให้ประชาชนปรับพฤติกรรมด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เน้นจับปรับเพียงอย่างเดียว
ด้วยสร้างวินัยจราจร 3 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะสั้น (เร่งด่วน) ตำรวจจะเน้นการรณรงค์และตักเตือน สร้างความเข้าใจเรื่องกฎจราจรในชีวิตประจำวัน อาทิ การสวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ เพื่อปลูกฝังวินัยตั้งแต่ต้น
ระยะที่ 2 ระยะกลาง เริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเน้น 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรง ควบคู่การรณรงค์ในโรงเรียน ชุมชน และสถานประกอบการ ดึงทุกช่วงวัยเข้ามามีส่วนร่วมสร้างถนนปลอดภัย
ระยะที่ 3 ระยะยาว เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในทุกกรณี เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของสังคมไทยว่า “วินัยจราจรคือเรื่องปกติ ไม่ใช่ข้อยกเว้น”
แผนดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. ย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่ตัวเลขคดีหรือค่าปรับ แต่คือ ถนนที่ปลอดภัยขึ้นจริง ถ้าทุกคนเริ่มจากตัวเอง เคารพกฎจราจร ไม่เพียงลดค่าปรับ แต่ลดการสูญเสียชีวิตของคนที่เรารั
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การสร้างวินัยจราจรจะไม่ใช่มาตรการชั่วคราว แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อหยุดวงจรความสูญเสียบนท้องถนนไทยให้ได้อย่างยั่งยืน




