ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการด้วยวิธีการขุดลอกแบบ “ต่างตอบแทน” (Barter Excavation) โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ภาคเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบด้านเครื่องจักร แรงงาน และค่าใช้จ่ายทั้งหมด แลกกับการนำดินและทรายที่ขุดขึ้นมาไปใช้ประโยชน์ ซึ่งในระยะที่ 1 มีปริมาณดินและทรายประมาณ 60,000 ลูกบาศก์เมตร ดำเนินการในพื้นที่ตำบลฝายแก้ว ระยะทางประมาณ 1,000 เมตร
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการและมีการตรวจรับงานแล้วบางส่วน คิดเป็นความก้าวหน้ากว่าร้อยละ 15 ของปริมาณงานทั้งหมด โดยได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การเข้าพื้นที่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม
จังหวัดอยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
นายชัยนรงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า การขุดลอกแม่น้ำน่านในระยะนี้มุ่งลดผลกระทบจากน้ำท่วมในเขตเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและอยู่ฝั่งตรงข้ามเขตเทศบาลเมืองน่าน คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความรุนแรงของอุทกภัย และฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้กลับคืนสู่สมดุลทางธรรมชาติ
สำหรับแผนดำเนินงานระยะที่ 2 จังหวัดน่านเตรียมขยายผลการขุดลอกตลอดลำน้ำน่านตั้งแต่ตอนเหนือถึงตอนใต้ของจังหวัด โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 32 แห่ง
คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2569 และตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2 ปี
ขณะเดียวกัน จังหวัดน่านยังเดินหน้ามาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร อาทิ โครงการปลูกป่า “3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โครงการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ทั้ง 15 อำเภอ รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของกรมชลประทาน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านย้ำว่า โครงการขุดลอกแม่น้ำน่านถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศและการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำอย่างยั่งยืน
กัลยา สองเมืองแก่น จ.น่าน







