บุรีรัมย์จ่าแดง ทหารแนวหน้าเข่าทรุดอยู่สนามรบเมียอพยพ โดนงัดบ้านขโมยพระเครื่องเก่าแก่เตาแก๊ส แถมอึทิ้งให้ดูต่างหน้า จ่าทหารพราน ชาวอ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ปฏิบัติหน้าที่อยู่สนามรบปราสาทตาควาย เมียอพยพไปต่างจังหวัด ช่วงหยุดยิงลากลับมาดูบ้านเข่าแทบทรุด เจอบ้านโดนงัดประตูหน้าต่างพัง พระเครื่องเก่าแก่ที่สะสมตั้งแต่รับราชการคาดมูลค่ากว่า 1.5 ล้าน เตาแก๊ส และทรัพย์สินในบ้านโดนขโมย แถมยังอึทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงรบรอบแรก แจ้ง ตร.รู้ตัวคนก่อเหตุเป็นแก๊งเยาวชนแต่คดีไม่คืบ

(22 ม.ค.69)   จ่าสิบเอกแดง   เติดประโคน  อาสาสมัครทหารพราน  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26   ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านโคกงิ้ว  ต.บ้านกรวด  อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ  หลังจากช่วงไปปฏิบัติหน้าที่เป็นแนวหน้าอยู่สนามรบปราสาทตาควาย  อ.พนมดงรัก  จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ช่วงที่มีการสู้รบกับกัมพูชารอบแรก  เมื่อเดือน ก.ค.68  ส่วนภรรยาก็อพยพไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัด  ไม่มีใครอยู่เฝ้าบ้าน   แต่พอวันที่ 14 ก.ย.68  ซึ่งสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สงบลงแล้ว  จึงได้ขอลากลับไปดูบ้าน   พอกลับไปเห็นสภาพบ้านถึงกับเข่าทรุด   เมื่อพบว่าทั้งประตู หน้าต่างถูกงัดได้รับความเสียหาย   เมื่อตรวจสอบภายในบ้านก็พบว่าทรัพย์สินมีค่า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน อาทิ  พระเครื่องเก่าแก่ที่เก็บสะสมตั้งแต่รบราชการหากตีเป็นมูลค่าคาดว่าประมาณ 1 ล้าน 5 แสนบาท  รวมถึงเตาแก๊ส  และของกินที่อยู่ในบ้านก็ถูกขโมยไปเกือบหมด    และช้ำใจคือคนร้ายยังอุจจาระทิ้งไว้ในบ้านให้ดูต่างหน้าอีกด้วย     จากนั้นจึงได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกรวด  เพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี และติดตามทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปคืน

ซึ่งนอกจากจะแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว  ด้วยความที่กลัวว่าทรัพย์สินโดยเฉพาะพระเครื่องเก่าแก่ที่ถูกขโมยไป   จะไม่ได้กลับคืนมา   จึงได้พยายามติดตามเองในส่วนหนึ่งโดยไปตระเวนถามตามร้านเช่าบูชาพระเครื่อง    ก็ไปพบพระเครื่องของตนเองที่ถูกนำไปขายจริงๆ  ซึ่งทางร้านเมื่อทราบว่าเป็นของตนเองก็ให้กลับคืนมาส่วนหนึ่ง   แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้คืน   

จากนั้นก็หาข้อมูลว่าใครเป็นคนนำพระเครื่องที่ขโมยไปๆ ขาย  จนทราบว่าเป็นใครจากนั้นก็ซัดทอดว่าคนที่ไปงัดบ้านและเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้านมีทั้งหมด 5 คน ชาย 4 คน หญิง 1 คน เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 13 – 17 ปี   จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมานำตัวไปสอบสวน  ซึ่งทั้งหมดก็ยอมรับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุจริง   โดยเตาแก๊สได้นำไปขายที่ร้าน  ซึ่งมีผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุพาไปขายด้วย  

แต่หลังจากแจ้งความ จนถึงปัจจุบันผ่านไปกว่า 4 เดือนแล้ว  คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า  ไม่รู้จะเอาผิดได้หรือไม่อย่างไร เพราะผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน

แล้วทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปใครจะรับผิดชอบ    และผู้ปกครองของเด็กบางคนที่พาเอาทรัพย์สินไปขาย  จะต้องมีความผิดหรือรับผิดชอบด้วยหรือไม่  

จ่าแดง   เล่าด้วยความน้อยใจว่า  ตนเองทำหน้าที่ดูแลปกป้องแผ่นดินอยู่แนวหน้า รบกับเขมรมาแล้วถึง 3 ครั้ง   แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

จากนั้นทีมข่าวได้ไปสอบถาพนักงานอบสวน สภ.บ้านกรวด ที่เป็นเจ้าของคดี  ก็ให้ข้อมูลว่าตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ   แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความก็ได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่  ไม่สามารถติดต่อได้    จึงยังไม่ได้ประสานไป   ส่วนเยาวชนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย  ก็ต้องมีการสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพเพราะเป็นเด็ก   ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการขั้นตอน   และหากมีพยานหลักฐานว่าผู้ปกครองของเด็กคนใดมีส่วนกระทำผิดด้วย   ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน



      สุรชัย   พิรักษา / บุรีรัมย์
 

ใหม่กว่า เก่ากว่า