เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ปลวกแดง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.นิยม เชื้อผะกา สว.สส. นำกำลังชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง ร่วมกันจับกุมนายพงษ์พัฒน์ นายสาคร นายมงคล นายวิทยา และนายพงศกร พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 82.99 กรัม ยาบ้า 107 เม็ด อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และกระสุนปืนรวม 121 นัด พร้อมผู้ต้องหาเสพยาบ้าเพิ่มเติมอีก 6 ราย ผลตรวจปัสสาวะสีม่วง 11 ใบ
หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้วัยรุ่นและแรงงานในพื้นที่อย่างโจ่งครึ่ม ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยผู้ต้องหาจะใช้วิธีแบ่งยาใส่ถุงเล็กซุกซ่อนตามจุดลับ เช่น หลังบ้าน ใต้เตียง และในห้องน้ำ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และเปลี่ยนจุดส่งมอบยาอยู่ตลอดเวลา
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายพงษ์พัฒน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวการหลักของเครือข่าย ตรวจยึดของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 82.77 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกหลายชั้นภายในห้องพัก พร้อมอาวุธปืนกึ่งออโตเมติก ขนาด .32 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก ซ่อนใต้ที่นอน และเครื่องกระสุนหลายขนาดรวม 109 นัด รวมทั้งกระสุนลูกซองอีก 4 นัด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนมีไว้เพื่อป้องกันตัวและข่มขู่คู่แข่ง รวมถึงใช้คุ้มครองขณะส่งมอบยาเสพติด
นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายรายอื่น ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันในขบวนการ ได้แก่ นายสาคร ทำหน้าที่รับยาบ้ามาแบ่งขายให้ผู้เสพรายย่อย ตรวจยึดยาบ้า 77 เม็ด นายมงคล และ นายวิทยา ทำหน้าที่เป็นผู้เสพและผู้ส่งต่อยาไอซ์ในกลุ่มแรงงาน ตรวจยึดยาไอซ์ 0.10 และ 0.12 กรัม นายพงศกร ทำหน้าที่นำยาบ้าไปกระจายให้วัยรุ่นในชุมชน ตรวจยึดยาบ้า 30 เม็ด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาเสพยาเสพติดอีก 6 ราย อยู่ภายในและรอบพื้นที่เป้าหมาย มีพฤติการณ์มั่วสุมเสพยาบ้าและยาไอซ์เป็นประจำ เมื่อนำตัวไปตรวจปัสสาวะพบผลเป็นบวก (สีม่วง) ทั้งหมด รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 11 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา นายพงษ์พัฒน์ ในความผิดฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) เพื่อจำหน่ายและเสพ รวมถึงมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน นายสาคร ถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่ายและเสพ ขณะที่ นายมงคล นายวิทยา และนายพงศกร ถูกแจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติด นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสพอีก 6 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามนโยบายผู้เสพคือผู้ป่วย เพื่อคืนคนดีสู่สังคมตำรวจยืนยันจะเดินหน้าปิดล้อมตรวจค้นและกวาดล้างยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้ผู้ค้ายาใช้พื้นที่เป็นแหล่งมั่วสุมหรือแพร่ระบาดยาเสพติด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเด็ดขาด














