กาญจนบุรี – ขุดกันมานานเพิ่งมาถูกเข้าตรวจสอบ!! เจ้าหน้าที่สำนัก 10 กรมป่าไม้ พร้อม ทหารฉก.ลาดหญ้า อำเภอ ตำรวจ บุกตรวจยึดที่ดินรุกป่า และ รุกป่า 20%นิคม รวม 33 ไร่ เร่งสอบสวนสาวถึงนายทุนและนักการเมืองในพื้นที่



วันนี้ 23 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครเดช  วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อม นายชาญชัย  กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ นายสาธิต  สุวรรณวนิช เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ ปลัดอาวุโส อำเภอทองผาภูมิ นายอุกฤษณ์  ขาวสอาด นายช่างโยธาชำนาญงาน นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ นายสมฤทธิ์  แก่นเคี่ยม ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า  นายนพพันธ์  เกตุพุฒ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) 1 ร้อยตรีวัฒนา แซ่ก๊วย ผบ.มว.ลว. หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า นายอำพร  แสนสุข หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.3 (พุถ่อง) นางชลธิชา  สุดแน่น ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) 1 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.3 (พุถ่อง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.4 (อู่ล่อง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.6 (พุเตย)  และ ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้าคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับการร้องเรียน/แจ้งเบาะแส จากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่ามีการบุกรุกพื้นที่ และลักลอบขุดตักดินลูกรังออกไปขายเชิงพาณิชย์ บริเวณหลังวัดเชิงเขา หมู่ที่ 6 บ้านหนองเจริญ ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จึงขอให้คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ากระทำดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยคณะเจ้าหน้าที่ ได้กระจายกำลังเข้าทำการตรวจสอบวัดพิกัด ไกไกไกพบอาคารสิ่งปลูกสร้าง ทั้งเก่าและใหม่
หลายจุด  พบกองวัสดุก่อสร้าง กองหินกองทราย และล่องลอยการขุดลักลอบขุดตักดินออกไปจากพื้นที่จำนวนมาก บางจุดบริเวณบนเขาสูงมีการก่อสร้างบ้านเรือนด้วย การตรวจนับวัดที่เกิดเหตุพบมีร่องรอยการบุกรุกครอบครองเป็นบริเวณกว้างประมาณ 33 ไร่ จากาการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทุกอาคารถูกล็อคกุญแจทั้งหมด การเข้าตรวจ สอบไม่พบบุคคลหรือผู้ครอบครอบครองอาคารและที่ดิน หรือคนงานอยู่ แต่พบร่องรอยการอยู่อาศัย โดยในครัวพบหม้อหุงข้าวที่หุงข้าวไว้ยังเสียบปลั๊กอุ่นจ้างร้อนๆถูกทิ้งไว้แต่ไม่มีคนจะกิน  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและวัดพื้นที่ในการบุกรุกครั้งนี้ไว้หลายจุดและจะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของอาคารดังกล่าว โดยเฉพาะอาคารใหม่ชั้นเดียว น่าจะเป็นสำนักงานด้านหน้าอาคารมีการติดตั้งตราชั่งน้ำหนักรถขนาดใหญ่ สร้างใหม่ๆ ห่างขึ้นไปบนเขา 500 เมตร พบบ้านหรู แต่ไม่พบคน อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่รอบด้านทั่วบริเวณโดยเฉพาะด้านหลังติดภูเขามีร่องรอยการขุดตัดดินไป เชื่อว่านำไปขายเป็นบริเวณกว้าง มองจากบ้านบนเขาลงไปพบการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ ตรวจสอบพบการใช้ไฟฟ้ามีการต่อสายไฟมาจากวุดเชิงเขา โดยมีการแยกมิเตอร์ต่างหากคาดว่า เป็นการสมยอมขอใช้ไฟฟ้าจากวัดจากการสอบถามพูดคุย กับชาวบ้านใกล้เคียง ทราบว่า พื้นที่แห่งนี้มีการลักลอบขุดทรัพยากรธรรมชาติไปขายเป็นเชิงพาณิชย์มานานแล้ว โดยน่าจะเป็นทำเป็นขบวนการใหญ่ที่เป็นกลุ่มของนายทุนรับเหมาก่อสร้างกับนักการเมืองในพื้นที่กาญจนบุรี เป็นหัวเรือใหญ่ ขายดินให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ประมูลงานราชการสร้างถนนหรือสาธารณปโภคในพื้นที่อำเภอไทรโยคและทองผาภูมิ
โดย นายอัครเดช  วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับการร้องเรียน ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบแล้วปรากฏว่า พื้นที่เป้าหมายตามที่มีการร้องเรียนแจ้งเบาะแส อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งนิคมสหกรณ์ท้องที่ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2518 และอยู่ในบริเวณที่สงวนไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางร้อยละ 20 ของนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ จากการตรวจสอบโดยรอบพื้นที่ที่มีร่องรอยของการใช้ประโยชน์ พบว่าพื้นที่ถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ และทำให้เสื่อมเสียสภาพ คำนวณเนื้อที่ได้ 33-2-58 ไร่ ภายในพื้นที่ตรวจยึดพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 17 รายการ ซึ่งจากข้อมูลในทางการสืบสวนพบว่าผู้ที่ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงมีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายบท ประกอบด้วย ความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพกฎหมายว่าด้วยการขุดดินถมดิน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล ในส่วนของความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะได้นำเรื่องราวไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ในฐานความผิดตามมาตรา ๕๔, ๕๕ และ ๗๒ ตรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง  สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอื่นๆ จะได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมามกฎหมายนั้น ไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป



   /////////////////////////////////////////////////////////

ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

ใหม่กว่า เก่ากว่า