ผ่านไปกว่า 1 เดือน ไร้การช่วยเหลือและเยียวยา ด้านขณะที่ผู้ปกครองของผู้เสียหายขอให้ตรวจสอบสถานบริการบาร์โฮส ชื่อร้าน “everest" ว่าการเปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้สถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปแล้ว โดยใช้ชื่อว่า “ทองหล่อ8“
นี่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นจำนวนกว่า 10 คน เข้าไปรุมทำร้ายร่างกายเด็กวัยรุ่นที่มีอายุเพียง 16 ปี จนได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ขณะที่ผู้บาดเจ็บกำลังจะเดินทางกลับที่พัก แต่กลับถูกกลุ่มพนักงานบาร์โฮสของร้านเอฟเวอร์เรส พูดท้าทายและรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และในปัจจุบันตาข้างซ้ายยังพล่ามัวยังไม่หายเป็นปกติ
ขณะที่ในวันนี้นายตภิกฤษ (ตะ-พิ-กิด) พวงกุหลาบ ประธานชมรมคนไม่กลัวอิทธิพล พร้อมด้วยนางสาวบังอร ติมกลาง มารดา ของเยาวชนวัย 16 ปี เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อยื่นหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย และขอให้ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการแห่งนี้ “ร้านบาร์โฮสต์ ชื่อร้าน Everest ”( ทองหล่อ 8) เนื่องจากสถานประกอบการแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าทำการจับกุมเมื่อช่วงปี 2567 และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มีคำสั่งให้สถานประกอบการแห่งนี้ปิด 5 ปี แต่เหตุใดสถานประกอบการณ์แห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และจากกล้องวงจรปิดก็ปรากฎว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 07.00 น. นั่นเท่ากับว่าสถานประกอบการแห่งนี้เปิดให้บริการเกินกว่าที่กำหมายกำหนดหรือไม่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าวจนถึงที่สุด
ขณะที่นางสาวบังอร ติมกลาง มารดา ของเยาวชนวัย 16 ปี ระบุเพิ่มเติมว่าตนเองรู้สึกหวาดกลัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางฝ่ายคู่กรณีก็ได้มีการโทรมาเจรจาในเชิงลักษณะข่มขู่ว่าหากจะดำเนินคดี ก็ดำเนินคดีไป เพราะฝ่ายของทางร้านก็มีเส้นสายหนุนหลัง และหากจะต้องรับผิดชอบกฌจะจ่ายให้แค่ค่ารักษาพยาบาลตามจริงเท่านั้น ส่วนอาการของลูกชายของตนเองในเวลานี้ยังไม่หายเป็นปกติ ตาขวายังพล่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน และยังคงมีอาการเจ็บชายโครง
ขณะที่ทางด้าน พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง รองผกก.สอบสวน.สภ.เมืองพัทยา รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยหลังเป็นตัวแทนรับหนังสื่อร้องขอความเป็นธรรมว่าสำหรับเรื่องนี้ จะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือในเรื่องของคดีความที่เกิดขึ้น เบื้องต้นจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกันก่อน แต่หากไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสำเร็จก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีที่ครอบครัวของผู้เสียหาย ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานบริการร้านเอฟเวอร์เรส ว่าเคยถูกจับกุมและมีคำสั่งให้ปิด 5 ปีนั้น ทางตำรวจจะตรวจสอบหากพบว่ามีการฝ่าฝืนตำรวจก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายทันที
News. 24



