ในห้วงเดือน ธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญและยึดอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 10 คดี
คดีที่ 1 บก.ปส.1 จับบอสไต้หวัน บงการขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ ซุกยาในพรมเตรียมส่งออก
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 บก.ปส.1 เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ สามารถจับกุม นายเฉียง หมิงเฟิง อายุ 27 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งเป็นผู้สั่งการหลักของขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ได้ภายในคอนโดมิเนียม ย่านอโศก กทม. ตรวจค้นพบคีตามีนประมาณ 5 กรัม พร้อมอุปกรณ์ต้องสงสัยจำนวนมาก พบพรมหลายผืนถูกตัดเย็บเป็นช่องสำหรับซุกซ่อนผงสีขาวคล้ายยาเสพติด พบจักรเย็บผ้าและอุปกรณ์แพ็กกิ้ง เตรียมส่งออกนอกราชอาณาจักร จากการสืบสวนพบผู้ต้องหาเป็น “มันสมอง” ของเครือข่าย มีพฤติการณ์แปรสภาพเฮโรอีนเป็นของเหลวคล้ายโลชั่น อำพรางบรรจุในขวดปลอมเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบลำเลียงผ่านระบบพัสดุระหว่างประเทศ ตรวจสอบย้อนหลังพบมีการส่งเฮโรอีนเหลวจาก สปป.ลาว ไปไต้หวัน น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม ผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับไต้หวัน 4 คดีอาญาร้ายแรง ได้แก่ พยายามฆ่า, องค์กรอาชญากรรม, ฉ้อโกง และลักทรัพย์ ตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ส่งตัวให้ บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคดีที่ 2 ทลายเครือข่าย “นักบินปราจีนบุรี” ลำเลียงไอซ์ข้ามภาค
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.68 กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน ตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 498 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ 2 คัน ประกอบด้วยรถขนยาและรถนำขบวน จับกุมได้บริเวณถนนสาย 304 อ.วังน้ำเขียว จว.นครราชสีมา จากการสืบสวนพบเป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ ต้นทางจากหลายจังหวัดภาคอีสาน มุ่งหน้าปลายทางกรุงเทพมหานคร ใช้รูปแบบรถนำ–รถตามเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น เป็นเครือข่ายลำเลียงรายใหญ่ระดับภูมิภาค สามารถสกัดกั้นยาเสพติดก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ลดการแพร่ระบาดในเขตเมืองและชุมชนอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เพื่อติดตาม ผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี รวมถึงขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง และเส้นทางการเงินของเครือข่าย ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดคดีที่ 3 บก.ปส.2 ยึดยาบ้า 1.73 ล้านเม็ด ไอซ์ 62 กก. สกัดเครือข่ายชายแดนอีสาน เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 กก.3 บก.ปส.2 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จว.นครพนม ใช้รถกระบะและรถเก๋งเป็นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ติดตามพบรถต้องสงสัยบนถนนทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนเข้าตรวจค้นที่ปั๊มน้ำมันใน จว.ศรีสะเกษ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 865 มัด รวม 1,730,000 เม็ด บรรจุ ในกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนในรถยนต์ พบไอซ์อีก 62 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับสารภาพเป็นของตนเอง รถเก๋งซึ่งทำหน้าที่นำทางหลบหนีไปได้ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม เชื่อมโยงเครือข่ายลำเลียงจากชายแดน เป็นการสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ช่วยลดการแพร่ระบาดในหลายจังหวัดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
คดีที่ 4 บก.ปส.2 ขยายผลเครือข่ายบ้านอูบมุง ยึดยาบ้า 1.8 ล้านเม็ด
สืบเนื่องจากการจับกุมคดียาบ้าในจ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.2 ขยายผลถึงเครือข่ายรายสำคัญ พบพฤติการณ์ลำเลียงยาบ้าจากแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ใช้รถกระบะและรถเก๋งนำเส้นทาง วันที่ 7 ม.ค.69 รถกระบะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้กระสอบยาบ้ากระจายออกมา ตรวจสอบพบยาบ้า 900 มัด รวม 1,800,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งมีหนึ่งรายเป็นเยาวชน ใช้รถนำเส้นทางหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดี ขยายผลถึงเส้นทางลำเลียงและนายทุน เป็นเครือข่าย ที่กระจายยาเสพติดหลายจังหวัดอยู่ระหว่างสอบสวนเชิงลึก เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
คดีที่ 5 เครือข่ายเหนือ ยึดยาบ้า 928,000 เม็ด เชียงรายกก.2 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดชายแดนเหนือ พบรถต้องสงสัยนำยาบ้ามาทิ้งไว้ในซอยพื้นที่จ.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้าได้ 342,000 เม็ด ต่อมาขยายผลจนทราบตัวผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้าอีก 586,000 เม็ด ซุกซ่อนในช่องเก็บยางอะไหล่ รวมของกลางทั้งหมด 928,000 เม็ด เป็นเครือข่ายลำเลียงจากชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน อยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 6 จับเครือข่ายค้ายาบ้าในพื้นที่ จ.มุกดาหาร กก.3 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ จว.มุกดาหาร วันที่ 15 ม.ค.69 ร่วมกับ นปส.พิษณุโลก เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 282,000 เม็ด ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในเขตเมือง อีกจุดจับกุมได้ที่ริมถนนสายรองในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นว่าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ สะท้อนการแทรกซึมของยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของรัฐอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงิน และผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
คดีที่ 7 สกัดไอซ์ 105 กก. เครือข่ายลำเลียงลงภาคใต้บก.ปส.4 ได้รับข้อมูลการข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ วันที่ 7 ม.ค.69 ร่วมกับ บก.ขส. เข้าสกัดกั้นขบวนการ จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมไอซ์ประมาณ 105 กิโลกรัม และรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียง 4 คัน จับกุมได้ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จว.สงขลา ต่อมาขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย ที่ จ.สตูล ตรวจยึดรถยนต์เพิ่มเติม อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญจากภาคบนสู่ภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลอายัดทรัพย์ และติดตามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
คดีที่ 8 ไอซ์ 100 กก. เครือข่ายรถนำจากเชียงรายสู่ชายแดนใต้วันที่ 16 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจ จ.ชุมพร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ประมาณ 100 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผลพบรถยนต์หลายคันขับตามกันจากเชียงราย เชื่อมโยงกับคดียาบ้า 1,000,000 เม็ด ที่ถูกจับก่อนหน้า บก.ปส.4 วางกำลังเฝ้าระวังเส้นทางภาคใต้ จับกุมรถต้องสงสัยได้ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลาพบไอซ์ซุกซ่อนในช่องลับภายในรถ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทำหน้าที่ขับรถนำและลำเลียงยาเสพติดปลายทาง จว.นราธิวาส อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายทั้งหมด
คดีที่ 9 ยาบ้า 7.4 ล้านเม็ด เฮโรอีน 112 กก. รถบรรทุกอำพรางบก.สกส. ได้รับแจ้งจากสายลับเกี่ยวกับรถบรรทุกลำเลียงยาเสพติด ใช้เส้นทางจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง วันที่ 21 ธ.ค.68 ติดตามจับกุมรถบรรทุกในพื้นที่ จ.ราชบุรี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 7,434,000 เม็ด และเฮโรอีน 300 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 112 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถบรรทุกไม่ประจำทาง เป็นเครือข่ายลำเลียงรายใหญ่ระดับประเทศ อยู่ระหว่างขยายผลนายทุนและเส้นทางการเงิน ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
คดีที่ 10 ยาบ้า 1 ล้านเม็ด รถนำ–รถตาม ลงภาคใต้บก.สกส. ได้รับแจ้งเครือข่ายรับจ้างลำเลียงยาเสพติด จากภาคเหนือไปยังภาคใต้ วันที่ 16 ม.ค.69 ตรวจพบรถยนต์ 2 คัน ขับนำ–ตามกัน เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจ จ.ชุมพร พบยาบ้าซุกซ่อนในช่องต่าง ๆ ภายในรถรวมประมาณ 1,000,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย เป็นเครือข่ายรับจ้างจากนายทุนภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลผู้ว่าจ้าง และเส้นทางการเงิน
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 3 คดี
คดีที่ 11 ปฏิบัติการ "พิทักษ์ริมน้ำโขง" สกัดจับไอซ์ 480 กิโลกรัม ที่ จ.นครพนม ร้อย ตชด.236 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบการลำเลียงไอซ์จาก สปป.ลาว เข้าประเทศไทย คืนวันที่ 12–13 ม.ค.69 วางกำลังซุ่มริมแม่น้ำโขง จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตรวจยึดไอซ์ประมาณ 480 กิโลกรัมพร้อมอาวุธปืน
และยานพาหนะหลายรายการ เป็นเครือข่ายรายใหญ่ในพื้นที่ จว.นครพนม อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายฝั่งต่างประเทศ
คดีที่ 12 ตชด.435 ตรัง โชว์ฝีมือบุกจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามภาค รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้าเกือบ 6.4 แสนเม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร เตรียมลำเลียงส่งลงใต้ หวังตบตาเจ้าหน้าที่ตชด. ขยายผลจากคดียาเสพติดทางพัสดุเอกชน พบการส่งพัสดุจากภาคเหนือไปภาคใต้ วันที่ 11 ม.ค.69 ตรวจยึดยาบ้า 639,200 เม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จ.ชุมพร พบเป็นเครือข่ายส่งยาบ้าข้ามภาคมีการวางแผนเป็นระบบอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ
คดีที่ 13 บก.ตชด.ภาค 2 สนธิกำลัง DSI สกัดจับไอซ์ 316 กก. ที่ จ.สกลนคร บก.ตชด.ภาค 2 รับแจ้งการลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน วันที่ 16 ม.ค.69 ติดตามรถต้องสงสัยในพื้นที่ จว.สกลนคร เข้าตรวจค้นบริเวณตลาดบายพาส พบไอซ์บรรจุถุงดำรวม 316 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา 2 รายผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทำมาแล้วสองครั้ง รับจ้างลำเลียงจาก จ.มุกดาหาร ไปกรุงเทพฯ ค่าจ้างรวม 100,000 บาท หากหลุดรอดจะสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงขนยาบ้า 2 คดี
คดีที่ 14 ตำรวจทางหลวงนครศรีธรรมราช รวบยาบ้า 1 ล้านเม็ด ส่งพื้นที่ชายใต้ “ปฏิบัติการ Fast74 เกาะ เกี่ยว กด”เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 พ.ต.ท.ปิยะพร เรียนสุทธิ์ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล. นำกำลังจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายอรรถสิทธิ์ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี และ น.ส.สิรามล (นามสมมติ) พร้อมของกลางยาบ้า 170 ห่อ รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง จากการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุห่อกระดาษ พันเทปกาวและเคลือบเทียนไข ซุกซ่อนในช่องเก็บยางอะไหล่และหลังพนักพิงเบาะ เพื่ออำพรางกลิ่นและความชื้น เตรียมลำเลียงลงพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




