สว.สุทนต์ ชี้ ถึงเวลาที่ กสทช. ต้องกล้าปฏิรูป ไม่ใช่เพียงต่ออายุระบบเดิม



นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ข้อถกเถียงเรื่องราคาประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลรอบใหม่ ไม่ควรตั้งคำถามเพียงว่า “จะเก็บค่าประมูลเท่าไร” แต่ควรถามว่า “ประเทศไทยต้องการระบบโทรทัศน์แบบใดในอีก 10-15 ปีข้างหน้า” การนำราคาประมูลเมื่อปี 2556 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อช่อง มาใช้เป็นฐานอ้างอิงในปี 2570 ย่อมไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะโครงสร้างตลาดสื่อเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ผู้ชมย้ายไปสู่แพลตฟอร์ม OTT รายได้โฆษณาของโทรทัศน์ลดลง และผู้ประกอบการต้องแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ภาระต้นทุนและกฎเกณฑ์เดียวกัน

ดังนั้น หลักเกณฑ์การอนุญาตรอบใหม่ควรตั้งอยู่บนหลัก “ต้นทุนที่เหมาะสมและการแข่งขันที่เป็นธรรม” (Cost-based and Competitive Neutrality) มากกว่าการมุ่งสร้างรายได้เข้ารัฐจากค่าประมูล การกำหนดค่าธรรมเนียมหรือราคาตั้งต้นควรอาศัยการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของกิจการในปัจจุบัน ศักยภาพของตลาดโฆษณา ภาระการลงทุนด้านโครงข่าย และบทบาทของกิจการโทรทัศน์ในการให้บริการสาธารณะ ไม่ใช่อ้างอิงเฉพาะราคาประมูลในอดีต ลดต้นทุน แต่เพิ่มการแข่งขัน การลดต้นทุนการเข้าสู่ตลาด ไม่ได้หมายถึงการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายเดิม หากแต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างแท้จริง หากต้นทุนใบอนุญาตอยู่ในระดับที่เหมาะสม จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น กีฬา เกม การศึกษา วิทยาศาสตร์ สุขภาพ หรือวัฒนธรรม สามารถเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย และเกิดนวัตกรรมด้านเนื้อหา

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายเดิมก็สามารถนำทรัพยากรไปลงทุนกับการผลิตเนื้อหาคุณภาพ เทคโนโลยี Hybrid TV การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ และการยกระดับการแข่งขันกับ OTT ได้ แทนที่จะนำเงินจำนวนมหาศาลไปจ่ายเป็นค่าประมูลใบอนุญาต


Roadmap ต้องตอบ 4 คำถามสำคัญ

เพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กสทช. ควรกำหนดคำตอบที่ชัดเจนใน Roadmap อย่างน้อย 4 ประเด็น ได้แก่ 1. หลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำหนดค่าธรรมเนียมรอบใหม่จะเป็นอย่างไร เพื่อสะท้อนสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในยุคดิจิทัล 2. โครงสร้างจำนวนช่องรายการควรปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดหรือไม่ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองบริการสาธารณะควบคู่กับการแข่งขันเชิงธุรกิจ 3. คลื่นความถี่ที่เหลือควรจัดสรรใหม่อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทั้งด้านกิจการกระจายเสียง โทรคมนาคม และบริการสาธารณะในอนาคต 4. จะออกแบบระบบนิเวศสื่อแบบ Hybrid อย่างไร ให้โทรทัศน์ภาคพื้นดินสามารถเชื่อมโยงกับ OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักการแข่งขันที่เป็นธรรม อนาคตของโทรทัศน์ไทย ไม่ใช่การรักษาอดีต แต่คือการออกแบบอนาคต การปฏิรูปกิจการโทรทัศน์ในครั้งนี้ จึงไม่ควรเป็นเพียงการต่ออายุใบอนุญาตชุดเดิม แต่ควรเป็นการออกแบบระบบใหม่ที่สอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป

เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การรักษาจำนวนช่องโทรทัศน์ หากแต่เป็นการรักษาระบบสื่อของประเทศให้ยังคงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสาร ความมั่นคงของรัฐ และสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ หาก กสทช. สามารถประกาศ Roadmap ที่ชัดเจน โปร่งใส และตั้งอยู่บนหลักวิชาการ จะไม่เพียงช่วยปลดล็อกการลงทุนของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศสื่อที่แข่งขันได้ในยุคดิจิทัล และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

Credit : ภาพประกอบจาก ChatGPT

ทีมข่าวNEWS24:รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า