บุรีรัมย์ผู้สูงอายุในศูนย์อพยพผวาเขมรยิงจรวดระยะไกล แนวรบช่องสายตะกูปะทะต่อเนื่องกระสุนปืนใหญ่ตกกว่า 10 ลูก ผู้สูงอายุในศูนย์อพยพที่บุรีรัมย์นอนไม่หลับ ผวาเขมรยิงจรวดระยะไกล เรียกร้องผู้นำสหรัฐฯ –มาเลเซียหยุดแทรกแซง ชี้ไม่เชื่อใจเขมร ขณะแนวรบชายแดนช่องสายตะกูยังยิงปะทะต่อเนื่อง มีรายงานกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่พลเรือนแต่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายได้ ยังเสี่ยงอันตราย

 (11 ธ.ค.68)  ชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสู้รบมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในตัวจังหวัดบุรีรัมย์   เข้าสู่วันที่ 4 เริ่มมีภาวะเครียดเพราะเป็นห่วงบ้านเรือน  สัตว์เลี้ยง    หนำซ้ำมีกระแสข่าวว่าฝ่ายกัมพูชาจะใช้จรวด PHL-30 ที่มีรัศมียิงระยะไกลกว่า 130 กิโลเมตร ยิงตอบโต้ไทย   ก็ยิ่งทำให้เกิดความกังวลนอนไม่ค่อยหลับ   ต่างเฝ้าติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวสถานการณ์ผ่านโทรศัพท์มือถือตลอด    ขณะที่ผู้อพยพไม่เห็นด้วยกับที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา  และมาเลเซีย  จะมีการต่อสายพูดคุยกับ นายอนุทิน   ชาญวีรกูล   นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   เพื่อเจรจาให้หยุดยิง   มองว่าเป็นปัญหาระหว่างสองประเทศไม่ควรจะเข้ามาแทรกแซง    ทั้งไม่เชื่อใจกัมพูชาว่าจะทำการข้อตกลงหากมีการเจรจา   เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำตาม
 นางบุญมี  ท่าประโคน (เสื้อสีส้ม) และนางคูณ  ท่าประโคน (เสื้อลายขาวดำ)  สองพี่น้องที่อพยพมาจากอำเภอบ้านกรวด  มาอยู่ในศูนย์พักพิง  บอกว่า   อยู่ในศูนย์พักพิงแม้ว่าจะสะดวกสบายทั้งที่พัก อาหารการกิน  แต่ก็เป็นห่วงบ้าน  สัตว์เลี้ยง  และยิ่งมีกระแสข่าวว่ากัมพูชาจะใช้จรวดยิงระยะไกล  ก็รู้สึกกังวลนอนไม่ค่อยหลับ  เพราะไม่รู้ว่าจะไปตกตรงไหน   ส่วนที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย  จะเจรจากับนายกรัฐมนตรีไทยให้หยุดยิงนั้น   ก็ไม่เห็นด้วยเพราะไม่เชื่อใจกัมพูชา เนื่องจากที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำตามข้อตกลง   และหากจะหยุดตอนนี้ทหารแนวหน้าที่เสียชีวิตก็สูญเปล่า  ที่สำคัญหากไม่จบประชาชานชายแดนก็จะเดือดร้อนอพยพแบบนี้อีกไม่รู้กี่ครั้ง

 ส่วนสถานการณ์ตามแนวรบบริเวณช่องสายตะกู ชายแดนอำเภอบ้านกรวด   จากข้อมูลพบว่ายังมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง   และมีรายงานว่ามีกระสุนปืนใหญ่ตกเข้ามาในพื้นที่ชุมชน ในเขตอำเภอบ้านกรวดมากกว่า 10  ลูก   แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายได้   เนื่องจากยังอยู่ในห้วงอันตราย   เพราะยังมีการยิงปะทะต่อเนื่อง   และไม่รู้ว่าวิถีกระสุนจะตกซ้ำจุดเดิมหรือไม่

 ขณะที่ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนทั้งอำเภอบ้านกรวด   และอำเภอละหานทราย ก็ได้อพยพออกจากพื้นที่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว  ที่เหลือมีเพียงผู้นำชุมชน  ชรบ. และ อส.ที่คอยดูแลความเรียบร้อยและทรัพย์สินให้ประชาชนเท่านั้น   

 ทั้งนี้มีประกาศจากทางราชการให้ประชาชนงดเดินทางเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด  รวมถึงงดใช้ถนนสาย 224 บ้านกรวด-ละหานทราย และบ้านกรวด-พนมดงรัก  รวมถึงถนนสาย 348 บุรีรัมย์-ตาพระยา ด้วย  เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เสี่ยงอันตราย จากการสู้รบ








   สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า