ความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพน้ำทะเลมีสีดำบริเวณอ่าวตากวน-อ่าวประดู่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จนสร้างความกังวลให้กับประชาชนและชาวประมงในพื้นที่นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ได้สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า ภายหลังได้รับทราบข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และเทศบาลนครมาบตาพุด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด
จากการสำรวจในพื้นที่ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นปากอ่าวที่มีการสะสมของดินเลนจำนวนมาก ประกอบกับมีแปลงเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่หลายแห่ง ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนตามธรรมชาติ เมื่อถึงช่วงน้ำลงและมีคลื่นซัด ตะกอนเลนสีดำจากก้นอ่าวจะฟุ้งกระจายขึ้นมาปะปนกับน้ำทะเล ส่งผลให้น้ำมีสีคล้ำคล้ายสีดำ รวมทั้งมีกลิ่นคล้ายการหมักหมมของขี้เลนหรือกลิ่นไข่เน่า แต่ไม่พบกลิ่นสารเคมีรุนแรงหรืออาการแสบจมูกแต่อย่างใด
ขณะที่การตรวจสอบของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด พบข้อมูลสอดคล้องกันว่า ในช่วงน้ำลงบริเวณชายหาดจะปรากฏดินเลนสีดำตามธรรมชาติ และเมื่อคลื่นหรือกระแสน้ำเคลื่อนตัวจะพัดพาตะกอนขึ้นมาปะปนกับน้ำทะเลจนเกิดลักษณะน้ำสีดำได้
นอกจากนี้ ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลช่วงน้ำขึ้นเพื่อตรวจวิเคราะห์ พบว่าน้ำทะเลมีสีใสตามธรรมชาติ มีเพียงตะกอนแขวนลอยเล็กน้อย ขณะเดียวกันการตรวจสอบข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ กล้อง CCTV และระบบ Pollution Box ระหว่างวันที่ 1-4 มิ.ย. ไม่พบความผิดปกติของคุณภาพน้ำ และไม่พบโรงงานใดระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานผลการสำรวจล่าสุดจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 พบว่าน้ำทะเลยังมีลักษณะขุ่นและมีตะกอนแขวนลอยสูงในบางจุด พร้อมกลิ่นคล้ายกำมะถันหรือไข่เน่า แต่ยังไม่พบสัตว์น้ำตาย และค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ปรากฏสัญญาณวิกฤตต่อระบบนิเวศทางทะเล
นักวิชาการด้านทะเลระบุว่า อ่าวตากวน-อ่าวประดู่มีลักษณะเป็น “อ่าวกึ่งปิด” ทำให้การหมุนเวียนน้ำค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากคลองตากวนและคลองชากหมากที่ไหลลงสู่ทะเลมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการสะสมของตะกอนดินเลนและสารอินทรีย์จำนวนมาก เมื่อเกิดคลื่นลมแรงจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตะกอนดังกล่าวจึงถูกกวนขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ทำให้น้ำทะเลมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นในระยะสั้น
รายงานระบุว่า ภายหลังได้รับทราบข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และเทศบาลนครมาบตาพุด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด
จากการสำรวจในพื้นที่ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นปากอ่าวที่มีการสะสมของดินเลนจำนวนมาก ประกอบกับมีแปลงเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่หลายแห่ง ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนตามธรรมชาติ เมื่อถึงช่วงน้ำลงและมีคลื่นซัด ตะกอนเลนสีดำจากก้นอ่าวจะฟุ้งกระจายขึ้นมาปะปนกับน้ำทะเล ส่งผลให้น้ำมีสีคล้ำคล้ายสีดำ รวมทั้งมีกลิ่นคล้ายการหมักหมมของขี้เลนหรือกลิ่นไข่เน่า แต่ไม่พบกลิ่นสารเคมีรุนแรงหรืออาการแสบจมูกแต่อย่างใด
ขณะที่การตรวจสอบของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด พบข้อมูลสอดคล้องกันว่า ในช่วงน้ำลงบริเวณชายหาดจะปรากฏดินเลนสีดำตามธรรมชาติ และเมื่อคลื่นหรือกระแสน้ำเคลื่อนตัวจะพัดพาตะกอนขึ้นมาปะปนกับน้ำทะเลจนเกิดลักษณะน้ำสีดำได้
นอกจากนี้ ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลช่วงน้ำขึ้นเพื่อตรวจวิเคราะห์ พบว่าน้ำทะเลมีสีใสตามธรรมชาติ มีเพียงตะกอนแขวนลอยเล็กน้อย ขณะเดียวกันการตรวจสอบข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ กล้อง CCTV และระบบ Pollution Box ระหว่างวันที่ 1-4 มิ.ย. ไม่พบความผิดปกติของคุณภาพน้ำ และไม่พบโรงงานใดระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานผลการสำรวจล่าสุดจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 พบว่าน้ำทะเลยังมีลักษณะขุ่นและมีตะกอนแขวนลอยสูงในบางจุด พร้อมกลิ่นคล้ายกำมะถันหรือไข่เน่า แต่ยังไม่พบสัตว์น้ำตาย และค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ปรากฏสัญญาณวิกฤตต่อระบบนิเวศทางทะเล
นักวิชาการด้านทะเลระบุว่า อ่าวตากวน-อ่าวประดู่มีลักษณะเป็น “อ่าวกึ่งปิด” ทำให้การหมุนเวียนน้ำค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากคลองตากวนและคลองชากหมากที่ไหลลงสู่ทะเลมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการสะสมของตะกอนดินเลนและสารอินทรีย์จำนวนมาก เมื่อเกิดคลื่นลมแรงจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตะกอนดังกล่าวจึงถูกกวนขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ทำให้น้ำทะเลมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนดินเพิ่มเติมส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบต่อสัตว์หน้าดิน หอยสองฝา ปู และสิ่งมีชีวิตชายฝั่ง รวมถึงติดตามแนวปะการังบริเวณเกาะสะเก็ดและแหล่งหญ้าทะเลหาดพลาอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าจะรายงานผลการตรวจสอบให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป.





